คนไทยเตรียมซื้อของถูก "พาณิชย์" จัดหนัก! ดึงห้างใหญ่-ซัพพลายเออร์ ลดราคาสินค้าจำเป็นกว่าพันรายการ สูงสุด 58% “อนุทิน” เตรียมกดปุ่ม คิกออฟ “ไทยช่วยไทย” 1 เม.ย.นี้
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน เศรษฐกิจ และค่าครองชีพของประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาพิเศษทั่วประเทศ
โครงการ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการค้าส่ง และค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade)ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย (Supplier) ในการคัดเลือกสินค้าเป้าหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยนำสินค้ากลุ่มHouse Brandและกลุ่มแบรนด์ทางเลือก(Second-tier Brand)มาจำหน่ายในราคาพิเศษเฉลี่ย25 - 58%รวมกว่า 1,000 รายการ
ทั้งนี้ สินค้า เป้าหมายแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู และผงซักฟอก และ 2. สินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส โดยให้ความสำคัญกับสินค้า House Brand ของห้างค้าส่ง และค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade)
ตลอดจนสินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย (Supplier) เพื่อนำเสนอเป็นทางเลือกสินค้าราคาประหยัดที่ยังคงคุณภาพ ช่วยเพิ่ม โอกาสในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ สินค้าดังกล่าว
โดยมีเอกชนข้าร่วมโครงการ แยกเป็น ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ประกอบด้วย 1. บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จ ากัด (มหาชน) 2. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เซ็นทรัล ฟู๊ด โฮลเซลล์ จำกัด 5. บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด 6. บริษัท เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด 7. บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด 8. บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด 9.บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด
กลุ่มผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย (Supplier) ประกอบด้วย 1. บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด 2. บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด 4. บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด 5. บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 6. บริษัท เจียเม้ง มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 7. บริษัท น้ำมันพืชปทุม จำกัด 8. บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด 9. บริษัท ข้าวมาบุญครอง จำกัด 10 .บริษัท ศรีบุญเรืองฟู๊ด จำกัด
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์พาณิชย์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้บริหารของทั้ง4ห้างใหญ่ ยืนยันว่า ห้างมีความพร้อม100%ในการเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้เตรียมสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่า 1,000รายการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งมีทั้งสินค้ากลุ่มHouse Brandและกลุ่มแบรนด์ทางเลือก(Second-tier Brand)มาจำหน่ายในราคาพิเศษ และจะมีการเติมสินค้าตลอดไม่ให้ขาด จึงคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่
โดยสินค้ากลุ่มHouse Brandกลุ่มแบรนด์ทางเลือก(Second-tier Brand)จะมีราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปเฉลี่ย25 - 58%และเมื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยก็จะยิ่งลดราคามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ มั่นใจว่า โครงการไทยช่วยไทยของกระทรวงพาณิชย์จะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามรสนิยมความชอบซึ่งมีแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย
ทั้งนี้สินค้ากลุ่มHouse Brandและกลุ่มแบรนด์ทางเลือก(Second-tier Brand)ที่ผลิตและจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศล้วนเป็นสินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐาน คุณภาพดี สามารถใช้อุปโภค-บริโภคได้ในราคาสมเหตุสมผลที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่าย และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า
“กระทรวงพาณิชย์ เชื่อมั่นว่า‘โครงการไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’จะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าราคาประหยัดถึงมือประชาชนทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยประชาชนสามารถสังเกตป้ายโครงการไทยช่วยไทยที่ติดบริเวณร้าน และสามารถเข้าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคในราคาพิเศษ โดยคาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้จริง”นายพูนพงษ์ กล่าว
สำหรับโครงการ ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’จะเริ่มดำเนินการในช่วง เดือนเม.ย.–พ.ย. 2569 ก่อนขยายผลต่อเนื่องในระยะยาว โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เม.ย.2569 เวลา 13.00–14.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้ผลิต เข้าร่วม
ภายในงานจะมีการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดบูธแสดงสินค้าราคาพิเศษจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่และผู้ผลิตที่เข้าร่วม อาทิ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ซีพี ออลล์ บิ๊กซี เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ฟู้ดแลนด์ เดอะมอลล์ รวมถึงผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ สหพัฒนพิบูล เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ คาโอ และไทยยูเนี่ยน
โดยในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์มีแผนใช้โครงการนี้เป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก โดยจะเปิดพื้นที่ให้ สินค้าชุมชนและผู้ประกอบการ SME ในแต่ละพื้นที่ เข้ามาเชื่อมต่อกับเครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาที่เหมาะสมได้ตลอดปี และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน





