วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

สมาคมการประมง เคาะ 6 แผน ยื่นรัฐฝ่าวิกฤติน้ำมัน-วอนรัฐคุมลิตรละ 30 บาท

สมาคมการประมง เคาะ 6 แผน ยื่นรัฐฝ่าวิกฤติน้ำมัน-วอนรัฐคุมลิตรละ 30 บาท

สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย พบพิพัฒน์ ถกผู้ค้าน้ำมัน เสนอ 6 แผนแก้ปม วอนรัฐตรึงดีเซล 30 บาท ลดภาษี B20 พ่วงกู้ดอกเบี้ย 0% พักหนี้ 2 ปี พร้อมคุมเข้มนำเข้าสัตว์น้ำมาตรฐาน IUU และปลดล็อกขนถ่ายสัตว์น้ำเพื่อพยุงชีพชาวประมง

นายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อเจ้าของเรือประมงอย่างมาก สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 30 มีนาคม 2569 เพื่อหารือร่วมกัน ในการนำเสนอ แนวทางการต่อรัฐบาลเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเรือประมงพื้นบ้าน และพาณิชย์ เป็นมาตรการ “ระยะสั้น”  เร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนทันที 

สมาคมการประมง เคาะ 6 แผน ยื่นรัฐฝ่าวิกฤติน้ำมัน-วอนรัฐคุมลิตรละ 30 บาท

โดย สมาคม จะมีหนังสือขอเข้าพบนายพิพัฒน์ รัฐกิจประการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตาม สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยขอความอนุเคราะห์ให้ท่าน เชิญผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น น้ำมัน เช่น ปตท. บางจาก ไทยออยล์ IRPC และโรงกลั่นทุกโรงที่ผลิต และขายน้ำมันบี 20 เข้าร่วมประชุมหารือกับสมาคม และพี่น้องชาวประมงพร้อมกันไปในคราวเดียวกัน ประกอบด้วย

1. ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง 

ขอให้รัฐบาลสั่งการเร่งให้โรงกลั่นผลิตน้ำมันไบโอดีเซล และกระจายไปยัง 22 จังหวัดชายทะเลเพื่อช่วยเหลือทั้งประมงพาณิชย์และพื้นบ้าน โดยขอให้ราคาหน้าคลังสำหรับชาวประมง คงที่ในราคาลิตรละไม่เกิน 30 บาท ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

ขอให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิต น้ำมันบี 20 ลิตรละ 5 บาท ให้เฉพาะกลุ่มเกษตรกรประมง อุตสาหกรรม และขนส่ง เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ สำหรับการควบคุมการนำน้ำมัน บี20 ใช้ในเรือประมง ทางสมาคมยินดีร่วมมือเป็นตัวกลางในการประสานงาน และตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำมันที่แท้จริงของเรือประมง เพื่อสร้างความมั่นใจ และความชัดเจน

สมาคมการประมง เคาะ 6 แผน ยื่นรัฐฝ่าวิกฤติน้ำมัน-วอนรัฐคุมลิตรละ 30 บาท

ขอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับน้ำมันทางเลือก เพื่อนำมาใช้ให้กับเรือประมงในอนาคต

2. ด้านสภาพคล่อง

ขอให้นำเงินกองทุนภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งภายใต้ "โครงการสินเชื่อประมง ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง" โดยให้เจ้าของเรือประมงกู้ยืมแบบ "ปลอดดอกเบี้ย" โดยค่อยชำระคืนภายในระยะเวลาถัดไปอีก 1 ปี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ซ่อมบำรุงเรือ จ่ายค่าแรงลูกเรือ เป็นต้น จะได้นำไปใช้จ่ายในการเสริมสภาพคล่องการประกอบอาชีพ (วิธีการนี้ ไม่ขัดต่อข้อกำหนดของ WTO จัดอยู่ในกลุ่ม “สนับสนุนทางการเงินทั่วไป (Financial Support)”)

ขอพักชำระหนี้สินเชื่อโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องเพื่อการประมง ระยะที่ 1, 2 และ 3 ทั้ง เงินต้น และดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี

3. ด้านภาษีเงินได้

ขอให้รัฐบาลพิจารณายกเว้นภาษีเงินได้ให้กับผู้ประกอบการเรือประมง ปีภาษี พ.ศ.2569 และ 2570 (2 ปี) *ไม่ขัด WTO / Financial Support ประเด็นข้อเสนอมาตรการ “ระยะสั้น” (บรรเทาความเดือดร้อนทันที) เพื่อช่วยเหลือชาวประมง

4. ด้านราคาสัตว์น้ำ

ขอให้รัฐบาลขอความร่วมมือไปยังร้านค้า ร้านอาหารทุกระดับ สนับสนุนซื้อสัตว์น้ำจากเรือประมงโดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และประชาชนได้บริโภคอาหารทะเลที่สดและจากเรือประมงไทยที่ทำการประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขอให้กรมประมงออกหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในประเทศไทย ตามมาตรา 92 แห่ง พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568 ให้ใช้ มาตรฐาน IUU เช่นเดียวกับที่ชาวประมงไทยปฏิบัติอยู่ เพราะสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทยมีต้นทุนที่แพงกว่ามาก

ขอให้มีการกำหนดเพดาน หรือโควตาชนิดสินค้าสัตว์น้ำที่นำเข้ามา โดยเฉพาะประเภทที่เรือประมงไทยสามารถจับได้เป็นการเฉพาะ เช่น หมึก ปลาหลังเขียว ปลาทูแขก และสัตว์น้ำที่นำไปแปรรูปเป็นซูริมิ เป็นต้น เพื่อเป็นการปกป้องเกษตรกรประมงในประเทศ

ขอให้เข้มงวดการตรวจสินค้าสัตว์น้ำที่นำเข้ามาในประเทศ ทั้งจากการนำเข้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์ และด่านชายแดนจังหวัดต่างๆ ป้องกันการสำแดงเท็จ และการลักลอบสวมสิทธิสินค้าประเภทอื่นแทนสินค้าประมง

5. ด้านแรงงาน

ขอให้กระทรวงแรงงาน หามาตรการดูแลแรงงานที่ทำงานอยู่ในเรือประมงในกรณีที่เรือประมงจำเป็นต้องจอดเรือ เนื่องจากราคาน้ำมัน และต้นทุนการทำประมงขึ้น

6. ด้านการขนถ่ายสัตว์น้ำระหว่างเรือประมง

ขอให้กรมประมงเร่งออกประกาศการขนถ่ายสัตว์น้ำระหว่างเรือประมงเป็นการเร่งด่วน เพื่อลดภาระการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์