ในการคัดเลือกประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งจะคัดเลือกคณะกรรมการ ส.อ.ท. ชุดใหม่ ในวันที่ 30 มี.ค. 2569 ก่อนเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ แทน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ที่จะครบวาระช่วงสิ้นเดือน มี.ค. 2569 ก่อนเตรียมโหวตเลือกประธานส.อ.ท.คนใหม่ในเดือนเม.ย. 2569 เพื่อดำรงตำแหน่ง 2 ปี (2569–2571)
รายงานข่าว ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้แสดงความพร้อมลงชิงตำแหน่งประธาน 2 คน คือ
- นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้ง อินดัสตรี จำกัด
- นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท. และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG
ล่าสุด นายชนะ ได้ประกาศแสดงเจตจำนงขอถอนตัวจากการสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ด้วยความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวผ่านวิกฤต และเติบโตต่อไปได้อย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่ากระบวนการแข่งขันไม่ได้ดำเนินไปบนพื้นฐานของความสร้างสรรค์และข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่กลับมีการบิดเบือนข้อมูล ใส่ร้าย และลดทอนความน่าเชื่อถือ ซึ่งยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ
โดยเฉพาะการพาดพิงไปถึงองค์กรที่ตนเคารพและผูกพัน จนมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้
ทั้งนี้ เห็นว่าแม้จะได้รับเลือกตั้ง ความขัดแย้งในลักษณะดังกล่าวก็มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป และจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาชิกโดยรวม
“ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงขอถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง และขอยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ มิได้เกิดจากการยอมรับข้อกล่าวหาใด ๆ แต่เป็นการตัดสินใจบนหลักการ เพื่อปกป้ององค์กร และไม่ให้สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น” นายชนะ ระบุ
พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุกฝ่าย และขออภัยต่อความคาดหวังที่อาจไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายตั้งใจ โดยยืนยันว่าจะยังคงทำงานเพื่อส่วนรวม และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศในรูปแบบอื่นต่อไป
นายชนะ ยังกล่าวถึงทิศทางต่อจากนี้ว่า นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล จากกลุ่มสิทธิผล เป็นผู้ที่มีความสามารถและความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของ ส.อ.ท.เพื่อสานต่อการดำเนินนโยบายที่ได้ร่วมกันวางกรอบและผลักดันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านพ้นวิกฤต และเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
“ในโอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่สนับสนุนผม รวมพลังสนับสนุนคุณพิมพ์ใจขึ้นทำหน้าที่ผู้นำของ ส.อ.ท. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดขึ้นจริง และนำพาองค์กรก้าวสู่ยุคใหม่ที่มีความเข้มแข็งและรุ่งเรืองต่อไป” นายชนะ กล่าว
ด้านนางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ขอขอบคุณสำหรับความเชื่อถือ ความไว้วางใจ และความมั่นใจที่มอบโอกาสให้ตนในการสานต่อภารกิจสำคัญครั้งนี้ ซึ่งมีความหมายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต
ทั้งนี้ ตระหนักดีว่าภารกิจดังกล่าวมิใช่เพียงตำแหน่งหรือบทบาท แต่เป็นความรับผิดชอบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะ SMEs แรงงานไทย และอนาคตของประเทศโดยรวม
นางพิมพ์ใจ ระบุว่า จะใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อย่างเต็มกำลัง เพื่อขับเคลื่อนและดำเนินงานตามแนวนโยบายที่ได้ร่วมกันวางกรอบการพัฒนากับนายชนะและคณะทำงาน พร้อมขอรับการสนับสนุน คำแนะนำ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันและนำพาอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ สามารถแข่งขันได้ในทุกมิติ และเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ ซึ่งเป็นความท้าทายในปัจจุบัน





