วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

อุตฯ ปิโตรเคมี ฉุดดัชนี MPI ก.พ. จับตา ‘น้ำมันปาล์ม-เคมีภัณฑ์’ ขยายตัวเด่นสวนทางตลาด

อุตฯ ปิโตรเคมี ฉุดดัชนี MPI ก.พ. จับตา ‘น้ำมันปาล์ม-เคมีภัณฑ์’ ขยายตัวเด่นสวนทางตลาด

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 97.70 หดตัวร้อยละ 0.04 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังอุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากการที่โรงกลั่นบางโรงปิดซ่อมบำรุงชั่วคราว รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความไม่แน่นอน ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงาน ชี้ยังมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาล และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว แต่ยังต้องจับตาผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 97.70 หดตัวร้อยละ 0.04 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 58.21 เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากโรงกลั่นบางโรงหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราว โดยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัวร้อยละ 4.82 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้ และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยลดลง อีกทั้งความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อกระทบบรรยากาศการค้าโลก ทั้งความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์ และพลังงานที่อาจปรับสูงขึ้น

 

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่ การใช้จ่ายของประชาชนขยายตัว โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมามีเทศกาลที่กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนทั้งเทศกาลตรุษจีน และวาเลนไทน์ คาดว่าในส่วนของเทศกาลตรุษจีนมีเงินสะพัดกว่า 54,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทศกาลวาเลนไทน์มีเงินสะพัดเกือบ 2,900 ล้านบาท ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เครื่องประทินผิว เป็นต้น อีกทั้งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หมูแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง มันฝรั่งทอดกรอบ และไส้กรอก

อุตฯ ปิโตรเคมี ฉุดดัชนี MPI ก.พ. จับตา ‘น้ำมันปาล์ม-เคมีภัณฑ์’ ขยายตัวเด่นสวนทางตลาด

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนมีนาคม 2569 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง และมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่วนปัจจัยในประเทศโดยรวมส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องเฝ้าระวังประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้า

“ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาล และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว และในปี 2569 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยง ด้านนโยบายการค้าโลก และทิศทางการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องจับตามองผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์ และพลังงาน ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งบูรณาการ การทำงานเพื่อดูแลผู้ประกอบการทั้งระยะสั้น และระยะยาวควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาด และแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงส่งเสริมการใช้ Local Content และ Made in Thailand อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ยังมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังมีอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่สามารถสร้างโอกาส และต่อยอดได้ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ยางพารา และผลิตภัณฑ์ยาง และบรรจุภัณฑ์กระดาษ” นายศุภกิจ กล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 

น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 59.91 จากน้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก ตามปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย 

เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 32.60 จากโซดาไฟ และคลอรีน เป็นหลัก เนื่องจากฐานต่ำในปีก่อนจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงในปีก่อน ประกอบกับผู้ผลิตบางรายขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของตลาด  

เหล็ก และเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.71 จากเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กเส้นข้ออ้อย และเหล็กเส้นกลม เป็นหลัก ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงฐานต่ำในปีก่อน

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.82 จากน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเบนซิน 91 แนฟทา และน้ำมันเตา เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ของทุกหน่วยการผลิต 

เครื่องจักรอื่นๆ ที่ใช้งานทั่วไป หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14.19 จากเครื่องปรับอากาศ เป็นหลัก ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงหลังตัวแทนจำหน่ายมีสินค้าในสต๊อกจำนวนมาก ประกอบกับมีสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ และคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศที่มี BTU สูงเพิ่มขึ้น 

ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.35 จากยางแท่ง น้ำยางข้น และยางแผ่น เป็นหลัก ตามปริมาณน้ำยางที่ออกสู่ตลาดลดลงจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผู้ผลิตหลายรายชะลอการผลิตเนื่องจากน้ำยางมีราคาสูง

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์