วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิด 3 มาตรการด่วน ‘คลัง’ สู้น้ำมันแพง หั่นภาษีดีเซล ออกซอฟต์โลน เติมเงินบัตรคนจน

เปิด 3 มาตรการด่วน ‘คลัง’ สู้น้ำมันแพง หั่นภาษีดีเซล ออกซอฟต์โลน เติมเงินบัตรคนจน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งพิจารณามาตรการเยียวยาต่างๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อตอบสนองต่อข้อสั่งการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ต้องการให้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบออกมาโดยเร็วที่สุด 

ซึ่งมาตรการหลักแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จ่อหั่นภาษีสรรพสามิต "ดีเซล" 

สำหรับความคืบหน้าในการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น นายลวรณ กล่าวว่า จะมีการพิจารณาปรับลดเฉพาะในส่วนของน้ำมันดีเซลเพียงอย่างเดียว โดยจะไม่มีการปรับลดภาษีของน้ำมันเบนซิน ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างราคาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาทต่อลิตร ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันดีเซล

“ส่วนจะปรับลดในอัตราเท่าใดและกินระยะเวลายาวนานแค่ไหนนั้น กรมสรรพสามิตในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่องจะต้องเป็นผู้พิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยต้องประเมินควบคู่ไปกับกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทิศทางแนวโน้มการปรับขึ้นลงของราคาน้ำมันในตลาด รวมถึงงบประมาณภาพรวม” 

อย่างไรก็ตาม การปรับลดภาษีในครั้งนี้จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนในเบื้องต้นเท่านั้น และเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารงาน ก็จะต้องมาพิจารณาทบทวนอีกครั้งว่าจะดำเนินการต่อเนื่องหรือไม่ หรือจะปรับเปลี่ยนมาตรการอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา

ทั้งนี้ มีการประเมินว่าการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลทุก 1 บาท จะส่งผลให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน

เตรียมซอฟต์โลน 1 หมื่นล้านอุ้ม SMEs 

ด้านมาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ภาคธุรกิจนั้น กระทรวงการคลังได้หารือเบื้องต้นกับธนาคารออมสินในการจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยทางธนาคารออมสินได้ยืนยันความพร้อมในการจัดสรรวงเงินดังกล่าวแล้ว

วัตถุประสงค์หลักของมาตรการนี้คือการเข้าไปดูแลผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตลอดจนผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งระบบที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น 

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์กู้ยืม เงื่อนไขระยะเวลาการจ่ายเงินคืน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน คาดว่าจะสามารถประกาศเกณฑ์ที่ชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้

จ่อเติมเงินบัตรคนจน 100 บาท

ในส่วนของการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนฐานราก รัฐบาลมีแผนจะเติมเงินพิเศษเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีก 100 บาท ภายในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งตามจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.4 ล้านคน จะใช้วงเงินราว 1,300 ล้านบาท จากงบกลางเงินจำนวนดังกล่าวจะสามารถใช้จ่ายได้ครอบคลุมระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่เงินโอนเข้าบัตร

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการให้เงินอุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งคาดว่าจะใช้วงเงินจากงบกลางประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท โดยกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งจัดทำรายละเอียด ซึ่งมีจุดเด่นคือการจ่ายเงินชดเชยค่าน้ำมันตามสัดส่วนการวิ่งรถจริง โดยจะใช้ระบบ GPS เข้ามาเป็นตัวตรวจสอบระยะทางเพื่อป้องกันการเบิกจ่ายงบประมาณเกินจริง เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถตรึงราคาค่าโดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงได้

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมาตรการอุดหนุนค่าขนส่งสาธารณะ จำเป็นต้องใช้งบกลางในการดำเนินการ ประกอบกับปัจจุบันอยู่ในช่วงของรัฐบาลรักษาการ ขั้นตอนการเบิกจ่ายจึงต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาอนุมัติก่อน จึงจะสามารถดำเนินโครงการและโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนได้