กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ อ่างทอง-อุทัยธานี” ยกระดับสินค้าชุมชน ชู “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” และ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง” เข้มระบบตรวจสอบย้อนกลับและมาตรฐานการผลิต หวังสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมเปิดประตูการค้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดและต่างประเทศเต็มสูบ
การผลักดันสินค้า “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” (GI) กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของไทย โดยเฉพาะการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือ “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” จังหวัดอ่างทอง และ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง” จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งต่างได้รับการขึ้นทะเบียน GI และพัฒนาเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
“ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 สะท้อนความโดดเด่นของงานหัตถกรรมที่มีรากฐานจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านหลังประสบอุทกภัยในช่วงปี พ.ศ. 2517–2519
จุดแข็งสำคัญของผลิตภัณฑ์อยู่ที่การใช้ดินเหนียวคุณภาพสูงจากพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเนื้อละเอียด นุ่ม และเหนียวเป็นพิเศษ ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการผลิต ทำให้ได้งานปั้นที่มีความประณีต สีสันสวยงาม และคงทน เอกลักษณ์ของชิ้นงานสะท้อนวิถีชีวิตไทย ทั้งการละเล่นพื้นบ้าน ประเพณี และวัฒนธรรม ส่งผลให้สินค้าสามารถพัฒนาเป็นของที่ระลึกและสินค้าทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าสูง
ขณะที่ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2555 และถือเป็นสินค้าเด่นของจังหวัด ด้วยคุณลักษณะเฉพาะคือ เนื้อแน่นนุ่ม รสหวาน ไร้กลิ่นโคลน ซึ่งแตกต่างจากปลาแรดทั่วไป
ความสำเร็จของปลาแรดสะแกกรังเกิดจากการพัฒนาวิธีเลี้ยงในกระชัง โดยเกษตรกรท้องถิ่นได้ปรับเปลี่ยนอาหารเป็นพืชผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ส่งผลให้คุณภาพเนื้อปลาดีขึ้น จนได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อพัฒนาอาชีพอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดความเข้มแข็งในระดับชุมชน
ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ยังมีบทบาทสำคัญ โดยแม่น้ำสะแกกรังที่มีน้ำสะอาดและอุดมด้วยแร่ธาตุ รวมถึงระบบนิเวศที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของปลา และรักษาคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐานสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียน GI ไม่เพียงช่วยคุ้มครองชื่อสินค้าและแหล่งผลิต แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เพิ่มโอกาสทางการตลาด และยกระดับราคาสินค้าให้สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
กรณีของ “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” และ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” จึงสะท้อนให้เห็นว่า การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น ผ่านระบบ GI สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญา และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามกระบวนการผลิตภายหลังที่ 2 สินค้าได้รับ GI โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้าGI ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จและปลาแรดให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ขึ้นทะเบียนไว้พร้อมส่งเสริมให้ผู้ผลิตในพื้นที่มีการจัดทําระบบควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อรองรับการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย
“การมีระบบควบคุมคุณภาพที่ชัดเจนจะเป็นกลไกสําคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าสินค้ามีแหล่งที่มาแท้จริง ผลิตตามมาตรฐานที่กําหนด และคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น จะช่วยยกระดับมูลค่าสินค้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด และเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่ช่องทางการตลาดใหม่ๆทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน”นางอรมน ระบุ
การลงพื้นที่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ไทยที่สามารถพัฒนาได้ครบวงจร ตั้งแต่การรักษาคุณภาพตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น การสร้างมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นกลไกสําคัญในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว





