วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'พลังงาน' เปิดผังน้ำมันต้นทาง-ปลายทาง ยันน้ำมันเพียงพอ-ไม่พบลักลอบส่งออก

'พลังงาน' เปิดผังน้ำมันต้นทาง-ปลายทาง ยันน้ำมันเพียงพอ-ไม่พบลักลอบส่งออก

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน เริ่มต้นจากการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกไกล 11% ตะวันออกกลาง 53% ผลิตได้เองในประเทศ 9% อื่นๆ จากสหรัฐอเมริกาแล้วก็เวสต์แอฟริกา รวมถึง ลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 27%

โดยน้ำมันดิบเข้ามาก็จะเป็นนำเข้าสู่โรงกลั่น แล้วกลั่นน้ำมันดีเซลพื้นฐานได้อยู่ที่ 78.286 ล้านลิตร เป็นดีเซลฐานที่ยังไม่ได้ผสมไบโอดีเซล (B0) จากน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (B0) จะถูกจัดส่งมาที่เรียกว่าเป็นสต๊อกถังเก็บฐานของในโรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งปัจจุบันนี้ในสต๊อกถังเก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐานรวมกันทั้งสิ้น 854 ล้านลิตร ณ วันที่ 24 มี.ค.69 จากถังที่เก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะมี 3 ส่วนด้วยกัน

ส่วนที่ 1 จำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเมียนมา อยู่ที่ประมาณ 5.85 ล้านลิตร

ส่วนที่ 2 จำหน่ายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อไปจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ไฟฟ้า ก่อสร้างเป็นการจำหน่ายน้ำมัน BO หรือน้ำมันดีเซลพื้นฐาน

ส่วนที่ 3 ก็จะเป็นตามลูกศรที่ชี้มาทางด้านขวาจะต้องไปผสมกับน้ำมันไบโอดีเซลหรือที่เรียกว่า B100 เพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำมันดีเซล B7 แล้วก็จะมาอยู่ในถังที่เรียกว่าถังเก็บน้ำมันผสม หรือถังน้ำมัน B7 ในวันที่ 24 ที่ผ่านมา เราผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศรวมทั้งสิ้น 90.29 ล้านลิตร มีสต๊อกของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อยู่ในถังรวมทั้งสิ้น 43 ล้านลิตร จากถังเก็บน้ำมันผสม หรือน้ำมัน B7 ที่พร้อมที่จะจำหน่ายให้กับประชาชนโดยจะกระจายไปใน 3 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 เป็นขายตรงจากโรงกลั่น หรือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไปยังสถานีบริการ ภาคอุตสาหกรรม ราชการ และรัฐวิสาหกิจ ขนส่ง

ส่วนที่ 2 จัดส่งโดยรถไฟ เรือ และรถบรรทุก ไปยังคลังภูมิภาค ของผู้ค้าหลัก (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7)  ส่งต่อไปยังภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะสถานีบริการเช่นเดียวกันกับส่วนที่ 1

ส่วนที่ 3 การจำหน่ายให้กับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 (Jobber) ปริมาณ 6.337 ล้านลิตร ซึ่งเมื่อรวม กับปริมาณที่จำหน่ายข้างต้น อยู่ที่ 79.42 ล้านลิตร เป็นปริมาณน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายในประเทศ รวมทั้งสิ้น 85.757 ล้านลิตร (ณ 24 มีนาคม 2569)

ที่ผ่านมา ธพ. ได้ดำเนินการออกตรวจการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการทั้งสิ้น 2,649 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัด พบว่ามีการปิดบริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 247 แห่ง คิดเป็น 9.1% เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมด หรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็น 72.2% และเปิดให้บริการมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง คิดเป็น 18.7% ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากความต้องการน้ำมันสูงขึ้น 45.7% ผู้ค้าน้ำมันจัดสรรให้ลดลง 40% รถขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ 7.496 และคลังน้ำมันไม่มีสินค้า 6.8%

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 21 - 23 มี.ค.2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน ร่วมกับตำรวจนครบาลสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ยังไม่พบความผิดปกติในเรื่องของการติดป้ายราคา และทุกแห่งมีปริมาณจ่ายน้ำมันในเดือนมี.ค. ใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือนม.ค. - ก.พ.2569

และเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยจำนวน 3 จุดในอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสการลักลอบค้า
หรือกักตุนน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้ง และไม่ได้รับอนุญาต รวมประมาณ 40,0,000 ลิตร และได้ยึดน้ำมันของกลางไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อาจถูก
จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ธพ.ได้แจ้งให้ผู้ค้านั้นตามมาตรา 7 ส่งรับ - จ่ายน้ำมันของคลังให้กรมทุกวัน ซึ่งมีคลังน้ำมันเพื่อการจำหน่ายทั้งหมด 92 แห่ง เป็นคลังเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 53 แห่ง ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีหน้าที่ต้องรายงาน จำนวน 18 ราย ขณะนี้ได้รับรายงานแล้ว จำนวน 13 ราย และยังไม่รายงานอีกจำนวน 5 ราย นอกจากนั้น จะเป็นคลังของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 จำนวน 39 แห่ง 

อีกทั้ง กรมได้จัดทำแบบฟอร์มรายงานข้อมูลเพิ่มเติม โดยให้ทุกคลังระบุว่า สถานที่จัดส่งปลายทาง หมายเลขทะเบียนรถขนส่ง เพื่อนำส่ง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่พบการลักลอบขายออกนอกชายแดน หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กรม โดยกรมจะเร่งตรวจสอบ และนำตัวคนผิดมาดำเนินคดีให้ได้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์