ครม.นัดพิเศษ เคาะแพ็กเกจแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันล็อตแรก 7 ข้อ เร่งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพิ่มเงินบัตรคนจนให้ 1 เดือน จาก 300 บาท เป็น 400 ต่อเดือน ใช้งบ 1,300 ล้าน ปล่อยซอฟต์โลน 10,000 ล้าน ช่วยกลุ่มรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วันนี้ (25 มี.ค.69) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ โดยในส่วนนี้ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นต้องได้รับการดำเนินการโดยเร็วซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด
โดยมาตรการทั้งหมดมี 7 ข้อ ได้แก่
1.ให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไร แล้วก็ในระยะเวลามากแค่ไหน ตามความเหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการคลัง จะทำรายละเอียดไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
2.มาตรการเรื่องของการดูแลกลุ่มเปราะบาง จะใช้กลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงินจากงบกลาง 1.3 พันล้านบาท
โดยวันนี้ได้รับความเห็นชอบว่า เราจะเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปกติในการใช้จ่ายเพื่อสินค้าอุปโภคบริโภค จะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน วันนี้ในช่วงนี้เราจะเพิ่มให้อีก 100 บาท เป็น 400 บาทต่อคน
โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการ จะใช้แค่ 1 เดือนก่อน เมื่อรัฐบาลทางการแล้ว ก็ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แล้วค่อยดูอีกทีหนึ่งว่า จะมีการต่อมาตรการหรือไม่ โดยมาตรการนี้จะต้องเสนอ กกต.เช่นกัน
3.มาตรการช่วยเหลือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นคือ กลุ่มขนส่ง ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มที่เป็นรถบรรทุก กลุ่มที่เป็นรถโดยสาร รวมถึงกลุ่มที่เป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย
4.การช่วยเหลือภาคเกษตรกร ซึ่งวันนี้อาจในเบื้องต้น เราคิดว่าสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรโดยเร็วที่สุดคือ เรื่องของปุ๋ย ก็หาโครงการ ที่โครงการธงเขียว แล้วก็การสนับสนุนปุ๋ยราคาถูก จะมีรายละเอียด เพื่อลดต้นทุนให้ภาคเกษตรกร ควบคู่กับการจะสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือก หรือปุ๋ยปอินทรีย์ เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าด้วย
5.มาตรการช่วยเหลือชาวประมง โดยจะช่วยเหลือให้ใช้น้ำมัน B 20 ที่ต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ ในอัตราประมาณ 5 - 6 บาทต่อลิตร คิดว่าจะดูแลกลุ่มประมงได้
6.ช่วยเหลือกลุ่มที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ในช่วงที่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หรือกลุ่มนี้สะดุด ในเรื่องไม่มีน้ำมันไปรันเครื่องจักรได้ การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้าลงไป ซึ่งรัฐบาลจะขยายระยะเวลาตรวจรับงาน ซึ่งหากล่าช้านาน จะมีค่าปรับ ส่วนนี้จะไปดูว่า จะผ่อนผันให้อย่างไร
อีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้ประกอบการได้ก็คือ การเร่งรัดจ่ายค่าชดเชยที่เป็นค่า K
7. มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME โดยธนาคารออมสินได้เตรียมวงเงินซอฟต์โลนเอาไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายย่อยทั้งซัพพลายเชน ซึ่งรายละเอียด ทางออมสินจะกำหนดออกมาให้รับทราบต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





