ส่งออกทุเรียน 2 เดือนแรกปี 2569 โตเด่น ตลาดจีน แชมป์มูลค่าสูงสุด ส่วนมาเลเซีย -เวียดนาม ขยายตัว 1,000% กระทรวงเกษตรฯ ถกเอกชนจีนเพิ่มช่องทางขยายตลาดสินค้า
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนก.พ.2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์ (912,567 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 20 ที่อัตรา 9.9% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0%
แม้ว่า แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุคปัญญาประดิษฐ์หรือAI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง แต่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น การเป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญเช่นกัน
ส่งออกทุเรียนโตโดดเด่นในตลาดใหม่
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งออกสินค้าทุเรียนสด ม.ค. - ก.พ. 2569มีอัตราาขยายตัวที่น่าสนใจใจตลาดหลักๆ โดยเทียบกับการส่งออกช่วงเดียวกันปี2568พบว่า ตลาดจีน มีมูลค่าส่งออกถึง 11,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,822 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 303.57% ส่วนตลาดมาเเลซีย มูลค่า 30.87 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจาก 2.31 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,238.10% และเวียดนาม มูลค่า 12.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 0.93 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 1,245%
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังหารือร่วมกับนายหยาง เจี้ยนเฟย รองประธานบริษัท ซันโฮล่า กรุ๊ป จำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดระดับภูมิภาคในจีนตอนเหนือ โดยเฉพาะด้านการค้าส่งสินค้าเกษตรและโลจิสติกส์อาหาร สามารถรองรับผู้ค้ามากกว่า 8,000 ราย ในกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และมณฑลเหอเป่ย ว่า การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรในตลาดจีน และแนวทางการขยายตลาด รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งออกผลไม้ไทย
ไทยถกจีนเพิ่มโอกาสตลาดสินค้าเกษตร
ทัั้งนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยตามที่ฝ่ายจีนกำหนด ตั้งแต่การผลิตจนถึงการส่งออก เพื่อให้การส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยดำเนินได้อย่างราบรื่นและสามารถอยู่ในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน และกล่าวขอบคุณผู้บริหารของบริษัท ซันโฮล่า กรุ๊ป จำกัด ที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าเกษตรไทยตลอดมา รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่าการร่วมจัดงานเทศกาลผลไม้ไทย ณ ตลาดเกาเป่ยเตี้ยน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาด สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าเกษตรไทย และเสริมสร้างเครือข่ายทางการค้า ตลอดจนสนับสนุนการส่งออกผลไม้ไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน โดยได้มอบหมายให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่งเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานร่วมกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรเพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนกิจกรรมต่อไป
ขณะเดียวกันตลาดจีนมีความต้องการผลไม้ไทยในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และลำไย โดยปี 2568 ผลไม้ไทยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในตลาดเกาเป่ยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ถึง 69% อาทิ ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าว รวมถึงผลิตภัณฑ์จากปลา กุ้ง เนื้อไก่ โดยทุเรียนพันธุ์หมอนทองยังคงเป็นที่นิยมสูงสุดในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน อีกทั้งฝ่ายจีนยัง
คาดส่งออกทุเรียนปี 69เติบโตเด่น
คาดการณ์ว่าในปี 2569 การจำหน่ายทุเรียนไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการรักษาคุณภาพมาตรฐานอย่างต่อเนื่องสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรไทย และนำเสนอการใช้เส้นทางขนส่งทางเรือผ่านท่าเรือเทียนจิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดต้นทุน ทดแทนการขนส่งทางบกผ่านประเทศที่สาม
นอกจากนี้ การหารือยังสะท้อนถึงความร่วมมือด้านการเกษตรที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและจีน โดยฝ่ายไทยมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรไทย และฝ่ายจีนจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาโลจิสติกส์ในการขยายความร่วมมือ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการ
ส่งออกสินค้าเกษตรไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต พร้อมทั้งเชิญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมจัดงานเทศกาลผลไม้ไทย ณ ตลาดเกาเป่ยเตี้ยน เพื่อส่งเสริมการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยในตลาดจีนอีกด้วย
รายงานข่าวจาก สนค. ยังระบุถึงการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยว่า สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว5.7% (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือนโดยสินค้าเกษตร หดตัว3.6% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว7.7%หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว4.7% ขยายตัวต่อเนื่อง6 เดือน เป็นการขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อิตาลี และเยอรมนี) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 62.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน เป็นการขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สินค้าเกษตรไทยหลายรายการหดตัว
ไก่แปรรูป ขยายตัว9.4 %ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัว271.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัว26.2% หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินเดีย ตุรกี และปากีสถาน ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัว 13.5% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือนหดตัวในตลาดจีน เมียนมา และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐออสเตรเลีย และลาว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 19.1% หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน หดตัวในตลาดจีน สหรัฐ และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย น้ำตาลทราย หดตัว 53.0% หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน หดตัวในตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เมียนมา และปาปัวนิวกินี เครื่องดื่ม หดตัว 19.3% กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า หดตัวในตลาดเวียดนาม จีน และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์ และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัว 20.8% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน หดตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และฮ่องกง ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.8%





