"พาณิชย์" แจงชัด "ไม่มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน" ชี้ขึ้นลิตรละ 6 บาท เป็นหน้าที่พลังงาน พร้อมคุมเข้มปั๊ม-ดูแลราคาสินค้าไม่ให้กระทบประชาชน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดพร้อมกันลิตรละ 6 บาท ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 แม้จะเป็นน้ำมันสต๊อกเก่า โดยยืนยันว่า การกำกับดูแลราคาน้ำมันไม่ได้อยู่ในอำนาจของกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าจำเป็น และบริการต่างๆ แต่ไม่ครอบคลุมน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากมีกฎหมายเฉพาะอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นผู้กำหนดกลไกราคา และประกาศราคาขายปลีก
“กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถตั้งหรือประกาศราคาน้ำมันได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ แต่เมื่อมีการประกาศราคาแล้ว จะเข้าไปกำกับดูแลให้มีการจำหน่ายตามราคาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งการติดป้ายแสดงราคา และตรวจสอบความเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมันในสถานีบริการ” นางศุภจี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้ มีปัจจัยภายนอกหลายด้านที่ควบคุมไม่ได้ โดยรัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับอย่างเต็มที่ ขณะที่ทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไป กระทรวงพลังงานร่วมกับศูนย์ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบ และวางแนวทางดูแลอย่างรอบด้าน
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับการดูแลราคาสินค้าในความรับผิดชอบ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันจะบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ประชาชน และเกษตรกร โดยใช้ทั้งการเจรจากับภาคเอกชน การติดตามสต๊อกสินค้า และพิจารณาต้นทุนการผลิตอย่างเป็นธรรม หากมีวัตถุดิบใหม่ที่มีต้นทุนสูงขึ้น หรือสินค้าใหม่ที่สะท้อนต้นทุนดังกล่าว ก็จะพิจารณาปรับราคาขายให้เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้มาตรการกำกับดูแล และกลไกทางการตลาดควบคู่กัน พร้อมดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังมีมาตรการเสริมเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชน และภาคการผลิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้น้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกจัดเป็น 1 ใน 59 สินค้าควบคุมตามกฎหมายดังกล่าว แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจบังคับให้ผู้ผลิตหรือผู้ค้าต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา โดยทำได้เพียงกำกับให้มีการแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจนเท่านั้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





