ในที่สุดรัฐบาลยอม ยกเลิกเพดานราคาดีเซล 33 บาท หลังจากมีการอุดหนุนราคาดีเซลสูงขึ้นล่าสุดวันที่ 25 มี.ค.2569 ต้องอุดหนุนดีเซลลิตรละ 26.99 บาท และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 28,109 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะใช้แนวทางการช่วยเหลือเฉพาะแบบพุ่งเป้า (Targeted Subsidy) เฉพาะกลุ่มที่เดือดร้อน
สำหรับการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป็นประเด็นที่รัฐบาลมีการหารือนับตั้งแต่เริ่มการสู้รบตะวันออกกลาง เพราะราคาน้ำมันจะสูงต่อเนื่อง และเกินศักยภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 ที่ประชุมมอบหมายแต่ละกระทรวงจัดทำรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือแยกตามกลุ่มเป้าหมายทั้งเกษตรกร กลุ่มเปราะบาง และผู้ประกอบการ SME
ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือที่เตรียมดำเนินการจะจัดทำรายละเอียดพร้อมงบประมาณเพื่อรอ ครม.ชุดใหม่ มาอนุมัติงบประมาณ ซึ่งครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือกลุ่มประชาชน และกลุ่มผู้ประกอบการ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานเศรษฐกิจทำแผนรับมือกรณีสงครามลากยาว รวมทั้งให้กระทรวงการคลัง ทำแผนจัดเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น และลดภาษีสรรพสามิตดีเซล มาเสนอเป็นทางเลือก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 ว่า วันนี้เกิดวิกฤติพลังงานครั้งใหญ่ของโลก ทุกคนต้องปรับตัว ซึ่งการฝืนราคาตลาดจะทำให้บิดเบือน การกักตุน และเสียทรัพยากรงบประมาณที่ไม่จำเป็น โดยกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียม 5 มาตรการ ดังนี้
1.) กลุ่มเปราะบาง การช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะดำเนินการผ่านกลไก “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือบัตรคนจน ซึ่งภาครัฐมีฐานข้อมูลผู้รับสิทธิ 13.4 ล้านคนทั่วประเทศ โดยจะเติมเงินเข้าบัตร และอาจนำไปทบในกระเป๋าเงินย่อย เช่น หมวดค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหารหรือค่าไฟฟ้า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการนี้ต้องเบิกจ่ายจากงบกลางจึงต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน และมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณจึงจะเริ่มดำเนินการได้ ส่วนวงเงิน และระยะเวลาการอุดหนุนขึ้นกับวงเงินงบประมาณที่มี
รายงานจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 13.4 ล้านราย โดยรัฐอุดหนุนวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม และค่าเดินทางผ่านขนส่งสาธารณะ คิดเป็นวงเงิน 4,700 ล้านบาทต่อเดือน
2.) กลุ่มภาคการขนส่งสาธารณะ และโลจิสติกส์ โดยกระทรวงคมนาคม รวบรวมฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วยรถบรรทุก 360,000 ราย และรถโดยสารประจำทางสาธารณะเกือบ 30,000 ราย และครอบคลุมกลุ่มรถตู้ รถแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
“ภาคการขนส่งถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งจะเป็นกลไกส่งผ่านสู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค”
ส่วนรูปแบบการช่วยเหลืออาจเป็นลักษณะให้คูปองหรือบัตรเติมน้ำมัน รวมถึงการให้เป็นตัวเงิน สำหรับช่องทางการจ่ายเงินทำได้ 2 ช่องทางคือ การจ่ายตรงผู้ประกอบการ หรือการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ขับขี่ผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับรถรับจ้างอิสระที่ไม่สังกัดผู้ประกอบการรายใหญ่จะเข้าถึงความช่วยเหลือ
ช่วยกลุ่มเกษตรกร-ประมง
3.) กลุ่มเกษตรกร วิกฤติพลังงานกระทบถึงราคาปุ๋ยเคมีเนื่องจากก๊าซธรรมชาติ (NG) และน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตปุ๋ย จึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักจัดหาปุ๋ยราคาถูก และส่งเสริมเกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุน
นอกเหนือจากการช่วยเหลือเรื่องราคาปุ๋ยแล้ว เกษตรกรจำนวนมากที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิความช่วยเหลือหมวดกลุ่มเปราะบางควบคู่กันด้วย
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยวันที่ 25 มี.ค.2569 นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย เข้าพบ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เพื่อให้ช่วยชาวนา เช่น ราคาปุ๋ย การจัดสรรดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปรังให้เพียงพอ
4.) กลุ่มชาวประมง โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมส่งเสริมให้กลุ่มชาวประมงเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ดีเซลผสมน้ำมันปาล์ม 20% ทดแทนการใช้น้ำมันเขียว เบื้องต้นประเมินว่าน้ำมัน B20 สำหรับกลุ่มประมงมีราคาถูกกว่าดีเซลหน้าปั๊มบนบกถึง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งมาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนให้ชาวประมง แต่ส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศ
“เพื่อป้องกันผลกระทบราคาน้ำมันปาล์มอาจสูงขึ้นจนกระทบการบริโภค และอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์จะบริหารจัดการอุปทานทั้งระบบ รวมถึงการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อป้องกันไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค“
ปรับค่า K อุ้มผู้รับเหมางานรัฐ
5.) กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานโครงการของรัฐ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น สำนักงบประมาณจะเข้ามาดูแลผ่านการปรับ “ค่า K” ค่าดัชนีราคาที่ใช้คำนวณค่างานก่อสร้าง เพื่อชดเชยต้นทุนตามกลไกปกติของสัญญาก่อสร้างภาครัฐ
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับภาคอุตสาหกรรม และบริการจะไม่มีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันให้ เนื่องจากทุกภาคส่วนต้องปรับตัวรับมือสถานการณ์พลังงานโลก แต่ภาครัฐจะดูแลสภาพคล่องธุรกิจ โดยเตรียมจัดสรรวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน (Soft Loan) ประคองให้ดำเนินธุรกิจต่อได้
ออกคูปองช่วยค่าน้ำมันรถสาธารณะ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาดีเซลที่สูงขึ้น และเป็นต้นทุนหลักภาคขนส่งนั้น กระทรวงคมนาคมหารือผู้ประกอบการ โดยขอให้คงอัตราค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ และรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่าย เช่น คูปองใช้แทนเงินสดในการลดค่าใช้จ่ายเติมน้ำมัน
นอกจากนี้ รัฐบาลจะนำดีเซล B20 เร่งออกสู่ตลาดภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นน้ำมันทางเลือกให้ภาคขนส่ง และเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยมีราคาต่ำกว่าดีเซล B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร และน้ำมันส่วนนี้จะใช้งานกับรถบรรทุก รถโดยสาร รถไฟ และเรือโดยสาร
เพิ่มรายการสินค้าควบคุม
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ (กกร.) มีมติทบทวนมาตรการกำกับดูแลสินค้าในรายการสินค้าควบคุมทั้ง 59 รายการ ทั้งในด้านปริมาณและราคาจำหน่าย รวมทั้งเพิ่มรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติมจาก 59 รายการ ให้เข้าเป็นบัญชีสินค้าควบคุม
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ลงนามให้มีผลบังคับใช้ ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนสินค้าควบคุมใหม่ที่เพิ่มเติมมานั้นต้องเสนอ ครม.เห็นชอบวันที่ 31 มี.ค.2569 โดยสินค้าควบคุมที่จะเพิ่มมีหลายรายการ เช่น น้ำขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน
ลอยตัวดีเซลต้นทุนขนส่งพุ่ง 5-10%
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การยกเลิกเพดานราคาดีเซล 33 บาท และลอยตัวราคาจะมีผลต่อต้นทุนภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ โครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์ไทยปกติสูงในระดับอยู่ที่ 14-15% ของมูลค่าสินค้า โดยมีน้ำมันเป็นสัดส่วนต้นทุนหลักถึง 35-40% และเมื่อราคาดีเซลปรับขึ้นจะทำให้ค่าขนส่งเพิ่มทันที 5-10% และต้นทุนการผลิตเพิ่มเป็นลูกโซ่
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องรับแรงกดดันจากค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.2569) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นยิ่งซ้ำเติมภาคการผลิตช่วงครึ่งปีหลัง
ทั้งนี้ ผลกระทบได้เริ่มลุกลามสู่ภาคการผลิตต้นน้ำ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก (PP) ราคาพุ่งแล้ว 50-70% เพราะขาดแคลน Naphtha จากตะวันออกกลาง ส่งผลให้โรงงานบางแห่งเริ่มหยุดการผลิตชั่วคราว โดยทำให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น กระทบสินค้าอุปโภคบริโภคทุกกลุ่ม
นายเกรียงไกร กล่าวว่า จากความผิดปกติของยอดใช้ดีเซลในประเทศที่พุ่งจากระดับปกติ 60-67 ล้านลิตรต่อวัน ไปแตะ 80-100 ล้านลิตรต่อวัน ในส่วนต่างที่หายไป 10 ล้านลิตรต่อวัน ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่แค่การเร่งกักตุนน้ำมันอย่างเดียว แต่มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ มีปัจจัยหลักจากช่องว่างราคาที่แตกต่างกันมากในภูมิภาค อาทิ ไทยราคา 32.94 บาทต่อลิตร, มาเลเซีย 39.50 บาท. เวียดนาม 42 บาท, กัมพูชา 55 บาท และ ลาว 59.81 บาท เป็นต้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





