วันนี้ (25 มี.ค. 2569) เวลา 12.20 น. กรมธุรกิจพลังงาน โดยนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศปค.) นำเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 บูรณาการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสการลักลอบค้าน้ำมันหรือกักตุนน้ำมัน
จากการตรวจสอบพบจุดต้องสงสัยจำนวน 3 จุด มีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาต รวมปริมาณประมาณ 40,000 ลิตร ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดยพระราชบัญญัติการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 กำหนดว่า การเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณเกิน 15,000 ลิตร ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน มิฉะนั้นถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ การฝ่าฝืนจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามกฎหมาย อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไรหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
กรมธุรกิจพลังงานขอย้ำเตือนผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมัน หากฝ่าฝืนลักลอบกักตุนหรือจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
พร้อมได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานพลังงานจังหวัด ในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิด เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมธุรกิจพลังงาน หรือสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสอดส่องและป้องปรามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง





