รายงานข่าวจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2569
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย
ทั้งนี้ นายปกรณ์ ได้ให้ทีมงานมายื่นเอกสารคุณสมบัติ และประวัติต่อสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2569
สำหรับนายปกรณ์ อายุ 58 ปี ประวัติการศึกษา จบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท Master of Laws (Trade Practices Law), the University of Sydney, Australia
เคยดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักกฎหมายต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รอง ผอ.สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ปัจจุบันเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการกฤษฎีกา
เส้นทางการทำงานยังครอบคลุมหลายองค์กรสำคัญ ทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. และบริษัทขนาดใหญ่อย่าง PTT Global Chemical และ Airports of Thailand สะท้อนประสบการณ์ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่หลากหลาย
เคยทำงานใกล้ชิดนักกฎหมายสำคัญของประเทศ คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ที่ทำงานกับหลายรัฐบาลมาอย่างยาวนาน และนายปกรณ์ได้ดำรงตำแหน่งเลขาฯ กฤษฎีกา ในช่วงที่นายวิษณุ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





