กรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผย 2 เดือนแรกของปี 69 ไทยส่งออกมันอัดเม็ด 0.07 ล้านตัน มูลค่า 419.50 ล้านบาท สูงขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า ได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในจีนและซาอุ เตรียม เดินหน้าเจาะตลาดส่งออกมันสำปะหลังทั่วโลก
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกมันอัดเม็ด 2 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณ 0.07 ล้านตัน มูลค่า 419.50 ล้านบาท โดยปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 133.33 % และ 132.87 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ดี ภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง ในช่วงเดียวกันปรับตัวลดลง
โดยมีปริมาณการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังรวม 0.90 ล้านตัน มูลค่า 12,310.14 ล้านบาท ลดลง 32.33 % และ 27.24 %ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการส่งออก 1.33 ล้านตัน มูลค่า 16,918.00 ล้านบาท
สาเหตุจากผู้ประกอบการอยู่ระหว่างรวบรวมผลผลิตเพื่อนำไปแปรรูป ส่งผลให้ผู้ซื้อในต่างประเทศชะลอคำสั่งในการซื้อขาย
แม้การส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยมีแนวโน้มชะลอตัว ใน 2 เดือนแรก แต่การส่งออกยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของประเทศจีน และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่เกิดจากการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไทย
โดยการดำเนินกิจกรรมเชิงรุกในการขยายตลาดไปยังประเทศและภูมิภาคใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการรักษาตลาดหลักเดิมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การส่งออกมันอัดเม็ดยังคงเติบโตและช่วยพยุงการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง
อย่างไรก็ดี แม้ว่าปริมาณการส่งออกโดยรวมจะปรับตัวลดลง แต่เมื่อพิจารณาราคาส่งออกเฉลี่ยรายสินค้า พบว่าราคาเฉลี่ยของมันอัดเม็ด มันเส้น และแป้งมันสำปะหลังดิบ ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน 2.98 17.91 % และ 13.31 %ตามลำดับ
นางอารดา กล่าวว่า สำหรับปี 2569 นี้ กรมฯ ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้จัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขยายการส่งออกมันอัดเม็ดเข้าสู่อุตสาหกรรมโคเนื้อและโคนม
รวมถึงผลักดันการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังอุตสาหกรรมอาหารและพลาสติกชีวภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยผู้นำเข้าญี่ปุ่นให้ความสนใจสินค้ามันสำปะหลังของไทยเป็นอย่างมาก และกรมฯ จะเร่งผลักดันให้เกิดการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในปี 2569 กรมฯ ยังมีแผนจัดกิจกรรมขยายตลาดเพิ่มเติมในหลายประเทศ ได้แก่ จีน (นครฉงชิ่ง) เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง เตรียมจัดงาน World Tapioca Connect ในประเทศไทย โดยจะเชิญผู้นำเข้ามันสำปะหลังจากทั่วโลกมาเข้าร่วมงาน
พร้อมจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสในการตกลงซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังไทย และช่วยผลักดันการส่งออกเข้าสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กาว และกระดาษ
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนแผนการขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดยเน้นการเพิ่มปริมาณการส่งออกในตลาดใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดแล้ว ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในตลาดและอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อรักษาระดับการส่งออกมันสำปะหลังของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว





