วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'สภาพัฒน์' ประเมินราคาน้ำมันแพงลากยาว สงครามยังไม่ยุติ ชวนประชาชนช่วยประหยัดน้ำมัน-พลังงาน

'สภาพัฒน์' ประเมินราคาน้ำมันแพงลากยาว สงครามยังไม่ยุติ ชวนประชาชนช่วยประหยัดน้ำมัน-พลังงาน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และมีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะทรงตัวในระดับที่สูงไปอีกระยะ ทำให้ตอนนี้การประเมินว่าจะใช้เพดานราคาน้ำมันดีเซลเท่าไร จะต้องติดตามราคาในตลาดโลกด้วย เพราะขณะนี้ราคาตลาดโลกผันผวนสูงมาก ราคาน้ำมันสำเร็จรูปดีเซลที่สิงคโปร์ ณ วันนี้ ประมาณ 200 กว่าดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ช่วงสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันขึ้นสูงสุดที่ประมาณ 135 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งหลายประเทศต้องมาบริหารจัดการเรื่องราคาในลักษณะคล้ายกัน โดยในครั้งนั้นกองทุนน้ำมันฯ เคยมีสถานะติดลบไปประมาณ 1.2 แสนล้านบาท  

แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะยุติลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ราคาน้ำมันจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ราคาน้ำมันคงอยู่ในระดับสูง และค่อยๆ ลดลง จะเห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานในพลังงานในกลุ่มประเทศอาหรับได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ฉะนั้นการที่จะฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้กลับขึ้นมาอยู่ในกำลังผลิตเดิมต้องใช้เวลา ขณะเดียวกัน ในแต่ละประเทศยังมีความต้องการใช้น้ำมันอยู่ทุกวัน  

เมื่อถามถึงเรื่องของการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องการกู้เงิน ขณะนี้ยังเป็นเรื่องของการเตรียมการ เพราะทางรัฐบาลมีการก่อหนี้ของทางภาครัฐ คงต้องรอรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศได้อย่างเต็มที่ก่อน ผ่านกระบวนการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน แต่เรียนว่ากองทุนน้ำมันมีหน้าที่ทำการดูแลความสมดุลของราคา พยายามปรับไม่ให้เกิดความผันผวนมากจนเกินไปเกี่ยวกับราคาพลังงานในประเทศ ส่วนจะทำได้ถึงขนาดไหนอย่างไร ต้องดูหลายส่วน

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตอนนี้ยังสามารถช่วยอยู่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าความสามารถดังกล่าวมันจะอยู่ได้สักขนาดไหน หลายๆ ประเทศเองอย่างมาเลเซีย ที่อุดหนุนราคาน้ำมันมาตลอด ตอนนี้ก็ไม่ได้อุดหนุน ราคาน้ำมันของมาเลเซีย ก็แพงกว่าไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ตนเกิดมาที่ได้เห็นภาพนี้ ปกติราคาน้ำมันมาเลเซีย ถูกกว่าไทยตลอด หลายๆ ประเทศจะมีมาตรการเข้ามา อาจเป็นมาตรการช่วยเหลือให้กับกลุ่มต่างๆ  ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมการอยู่ และคงต้องดูว่าเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศอย่างสมบูรณ์แล้ว จะเร่งมาตรการเหล่านี้ออกมาโดยมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

สำหรับเรื่องการบริหารสถานการณ์น้ำมันในประเทศที่เกิดขึ้น ขณะนี้รัฐบาลได้ทำในทุกอย่างเท่าที่จะทำได้คือ การผ่อนคลายเรื่องของน้ำมันสำรองเพื่อให้มีน้ำมันวิ่งเข้าไปในสถานีน้ำมัน แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนลดการตื่นตระหนกลง และช่วยกันประหยัดน้ำมัน เพราะกำลังการผลิตน้ำมันของเราจากโรงกลั่นทั้งหมดที่มีอยู่ 5 โรง อยู่ที่ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน ขยายการผลิตได้เต็มที่จริงๆ ก็อยู่ไม่เกิน 10% จากนี้ ดังนั้น การประหยัดน้ำมันในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติจึงต้องขอความร่วมมือประชาชนในการที่จะประหยัดพลังงาน

“สิ่งที่ช่วยกันทำได้คือ ช่วยประหยัดพลังงานต้องขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน แม้ว่ากองทุนน้ำมันยังมีศักยภาพพอที่จะดูแลได้ แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนด้วย เพราะเป็นภาวะไม่ปกติ เราคงต้องอยู่กับภาวะไม่ปกติเช่นนี้ไปอีกระยะหนึ่ง”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์