วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

ศบก.ขีดเส้นเร่งแก้น้ำมันขาดหน้าปั๊มให้จบสัปดาห์นี้ ลดสำรองน้ำมันเอกชน เพิ่มขายหน้าปั๊ม

ศบก.ขีดเส้นเร่งแก้น้ำมันขาดหน้าปั๊มให้จบสัปดาห์นี้ ลดสำรองน้ำมันเอกชน เพิ่มขายหน้าปั๊ม

วันนี้ (23 มี.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้จัดแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดการวิกฤตการณ์พลังงาน และการจัดส่งน้ำมันภายหลังการหารือร่วมกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เห็นความโกลาหล การเข้าคิวเติมน้ำมันในสถานีบริการต่างๆ ศบก.หารือกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ทั้งหมด และรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการมาว่าภายในสัปดาห์นี้จะไม่มีสถานีบริการใดที่ไม่มีน้ำมันจำหน่าย โดยปัจจุบันได้มีการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยมีการอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบเกือบ 10,000 สถานีบริการ แต่ปริมาณการใช้พุ่งสูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งให้ชะลอการเก็บน้ำมันสำรองเพิ่ม จากเดิมจะเพิ่มอีกในวันที่ 31 มี.ค.69 และ 30 เม.ย.69 โดยให้คงไว้ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อให้ผู้ค้ามาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันสำรองออกมาสู่ตลาดทั้งหมด รวมทั้งจะมีการเพิ่มน้ำมันสูตรใหม่ได้แก่ ไบโอดีเซล B20 ผ่านผู้ค้าอย่าง OR, บางจาก และเชลล์ ภายในสุดสัปดาห์นี้เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มเรือประมง รวมทั้งมีการเพิ่มปริมาณการขายน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) เพื่อให้ช่วยกระจายน้ำมันออกไปให้มากขึ้น

“ภายในสัปดาห์นี้ พวกเราคงจะได้เห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย เพราะผู้ค้ามาตรา 7 และโรงกลั่นได้พยายามกลั่นน้ำมันเต็มกำลังผลิต 100% หรือบางแห่งเกิน 100% เพื่อปล่อยน้ำมันทั้งหมดนี้ออกมาบรรเทา และผ่อนคลายให้ประชาชนได้ใช้อย่างเพียงพอ” นายพิพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ขณะนี้พบมีไอ้โม่งกลุ่มไหน ที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน และราคาเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอตรวจสถานีบริการทุกสถานี และตรวจสอบผู้ค้าตามมาตรา 7 และจ็อบเบอร์ว่า มีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ โดยขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบที่อื่น โดยกรณีที่ จ.อ่างทอง นั้น เป็นการพยายามส่งน้ำมันออกไปประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 2 หมื่นลิตร ซึ่งจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อไป 

“ก็ไม่กล้ายืนยันว่า ณ เวลานี้ ว่าจะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราจะตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และคลังอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนคิดว่าตรงไหนมีปัญหา หรือจุดไหนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก. เพื่อตรวจสอบต่อไป“ นายพิพัฒน์ กล่าว

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลังน้ำมัน  ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม และ DSI โดยเข้าตรวจคลังน้ำมัน 8 จุดสำคัญ  เช่น ปตท. บางจาก เชลล์, IRPC ไม่พบสิ่งผิดปกติ ปริมาณน้ำมัน และยอดขายตรงกันทั้งหมด

ทั้งนี้ปัญหาการขนส่งสาเหตุที่น้ำมันขาดหน้าปั๊มเกิดจากความต้องการที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้การส่งน้ำมันทางท่อ และรถขนส่งทำได้ล่าช้า เนื่องจากท่อต้องส่งน้ำมันสลับชนิดตามปฏิทิน ประกอบกับปริมาณการใช้น้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลได้เพิ่มขึ้นกว่าปกติจำนวนมาก โดยบางวันการใช้ดีเซลบางวันพุ่งสูงถึง 100 ล้านลิตร เกือบ 2 เท่าของค่าเฉลี่ยปกติ  โดยขณะนี้ได้เน้นย้ำในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องขนส่ง โดยได้มีการผ่อนคลายให้รถขนส่งน้ำมันทำงานได้ 24 ชั่วโมง ทำให้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น เช่น ปั๊มบางจากที่เคยขาดน้ำมัน 400 แห่ง ลดลงเหลือไม่ถึง 200 แห่ง ส่วนเรื่องของปั๊มบางจากที่ได้มีการติดป้ายว่าน้ำมันดีเซลหมดจะขายอีกครั้งในวันที่ 1 เม.ย.69 นั้น ได้มีการสอบถามผู้ค้าคือ บางจากในวันนี้แล้วได้รับการยืนยันว่าภายหลังจากที่มีการผ่อนคลายเกณฑ์สำรองน้ำมันแล้วจะสามารถนำน้ำมันส่วนนี้มาขายให้กับประชาชนได้

อย่างไรก็ตามในส่วนของความพอเพียงของน้ำมันเชื้อเพลิงขอยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามาเพิ่มตลอดเวลา โดยตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม 2569 มีปริมาณกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการกลั่นใช้ในประเทศ

“น้ำมันมีครับ เพราะตัวเลขน้ำมันดิบที่วิ่งเข้ามาในประเทศตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม  2569 มีปริมาณกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะกลั่นใช้ในประเทศแน่นอน... ปริมาณการใช้ดีเซลบางวันพุ่งสูงถึง 100 ล้านลิตร ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติเกือบ 2 เท่า ทำให้การส่งน้ำมันทางท่อ และรถขนส่งอาจล่าช้าไปบ้าง”นายดนุชา กล่าว

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาพรวมที่เป็นสาเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งก็คือ เกิดจากการที่ตลาดค้าปลีกและค้าส่ง (Jobber) มารวมกัน เพราะ Jobber ได้รับน้ำมันราคาแพงกว่าหน้าปั๊ม ทำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมและขนส่งหันมาเติมที่สถานีบริการแทน จนเกิดความแออัด และหัวจ่ายน้ำมันทำงานไม่ทัน ซึ่งขณะนี้ ผ่อนผันเรื่องการนับสต๊อก และการสำรองน้ำมัน เพื่อให้ผู้ค้านำน้ำมันออกมาให้บริการประชาชนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความโปร่งใส ที่ต้องตรวจสอบได้ว่าน้ำมันไม่ได้หายไปไหน โดยตอนนี้รัฐบาลบังคับให้ผู้ค้ามาตรา 7, มาตรา 10 และ Jobber กว่า 200 ราย ต้องรายงานตัวเลขการผลิต การรับ และการจำหน่ายน้ำมันทุกวัน มาที่กรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้เห็น Flow ของน้ำมันทั้งหมด ส่วนเรื่องของการแก้ปัญหาการกักตุนก็ต้องทำต่อเนื่องโดยตอนนี้มีการ สนธิกำลังกับกระทรวงพาณิชย์ มหาดไทย และตำรวจ ออกตรวจปั๊มน้ำมัน และคลังน้ำมัน โดยหากพบว่ามีน้ำมันแต่ไม่เปิดขายจะมีความผิดทันที

“เราให้ผู้ค้า ม.7 โรงกลั่น และจ็อบเบอร์ (Jobber) กว่า 200 ราย ต้องรายงานตัวเลขการผลิต และการจำหน่ายน้ำมันทุกวันมาที่กรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเห็น Flow ของน้ำมันทั้งหมดว่ากระจายไปที่ไหนบ้างหากปั๊มไหนมีน้ำมันแต่ไม่ยอมขาย จะถือว่ามีความผิดทันที”

เมื่อถามว่าในส่วนการใช้น้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยวันละ 84 ล้านลิตรต่อวันจะกระทบกับปริมาณสำรองน้ำมันที่มีอยู่กว่า 100 วันของประเทศไทยหรือไม่ ปลัดกระทรวงพลังงานชี้แจงว่าต้องดูว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาสูงกว่าปกตินั้นต่อเนื่องขนาดไหนเพราะว่าตอนนี้มีการเก็บตัวเลขเพียงครึ่งแรกของเดือนมี.ค.แต่ยังมั่นใจว่าหากตัวเลขการใช้น้ำมันสูงในระดับนี้การสำรองน้ำมันของประเทศจะอยู่ไม่ต่ำกว่า 90 วัน  

นายสราวุฒิ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากตัวเลขเปรียบเทียบการผลิต และการใช้น้ำมันดีเซลระหว่างเดือนม.ค.และ มี.ค.ปีนี้ทำให้พบว่ามีตัวเลขแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยเดือนม.ค. 2569 มีการผลิต 76 ล้านลิตร/วัน  ยอดใช้ 67 ล้านลิตร/วัน ทำให้มีน้ำมันเหลือเก็บสำรอง แต่ปัจจุบัน ตัวเลข ณ 20 มี.ค.2569  ผลิตเพิ่มเป็น 80 ล้านลิตร/วัน แต่ยอดใช้สูงถึง 84 ล้านลิตร/วัน ทำให้ต้องดึงน้ำมันสำรองน้ำมันที่เป็น Working Stock มาใช้

ทั้งนี้ ศบก. ได้ประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานรวมถึงชุดเฉพาะกิจ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ และขอความร่วมมือประชาชนหากพบพฤติกรรมการกักตุนหรือความผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้การกระจายน้ำมันกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์