วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

'การบินไทย' เตรียมถกบอร์ด วางแผนรับมือวิกฤติ 'ตะวันออกกลาง'

'การบินไทย' เตรียมถกบอร์ด วางแผนรับมือวิกฤติ 'ตะวันออกกลาง'

“การบินไทย” เตรียมหารือบอร์ดสัปดาห์นี้ ลุยแผนระยะสั้นรับมือวิกฤติตะวันออกกลาง ชะลอการลงทุนที่ไม่เร่งด่วน เพื่อพยุงกระแสเงินสดในมือ 1.2 แสนล้านบาท รองรับความไม่แน่นอน ขณะที่ผลกระทบปัจจุบันยอดบุ๊กกิ้งล่วงหน้าลดลง 10% เทียบกับปีก่อน สะท้อนผู้โดยสารเริ่มปรับแผนลดการเดินทาง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นชัดเจน คือ ราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากเดิมประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 220 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้การบินไทยได้ทยอยปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 10-15% เพื่อสอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

ส่วนอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิ้นแฟกเตอร์) ในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ราว 90% แต่กลับพบว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง โดยพบว่ายอดจองล่วงหน้า (บุ๊กกิ้ง) ปรับลดลงราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้แผนรับมือของการบินไทยในขณะนี้ คือการอยู่นิ่ง พิจารณาชะลอแผนลงทุนไปก่อน เพื่อรักษากระแสเงินสดที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านบาทให้มากที่สุด

“ตอนนี้เชื่อว่าสถานการณ์คงไม่เลวร้ายเท่ากับช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่ครั้งนั้นไม่สามารถทำการบินได้เลย ไม่มีรายได้เข้ามา แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางนี้ ยังทำการบินในเส้นทางอื่นๆ ได้ แต่หากสถานการณ์ลากยาวไปอีก 2 เดือน หรือจนถึงเดือน พ.ค.นี้ ราคาน้ำมันไปถึง 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็จำเป็นต้องปรับแผน ปรับค่าตั๋วให้ครอบคลุมกับต้นทุน”

นายชาย กล่าวด้วยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การบินไทย มีการหารือฝ่ายบริหารเพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนรับมือ โดยคาดว่าจะใช้มาตรการรับมือระยะสั้น อยู่นิ่งเอาตัวรอด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจน โดยจะหารือกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ภายในสัปดาห์นี้ โดยยังเชื่อว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะไม่หนักหนาเท่ากับตอนฟื้นฟูกิจการ และไม่ลากยาวเหมือนการเกิดโควิด-19 เพราะมีปัจจัยช่วงเดือน พ.ย. 2569 ที่สหรัฐฯ จะมีเลือกตั้งกลางเทอมเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่าเดือน พ.ค.นี้ แน่นอนว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อเป้าหมายรายได้ของการบินไทยในปีนี้ที่เดิมวางไว้ 2 แสนล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน ดังนั้น ก็จะมีการพิจารณาแผนรองรับวิกฤติเพิ่มขึ้น โดยอาจมีการลดความถี่ ปิดจุดบินบางเมือง เพิ่มเติมจากการชะลอแผนลงทุนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อคงกระแสเงินสดในมือให้มากที่สุด เพราะธุรกิจสายการบินสิ่งจำเป็นที่สุดคือการมีเงินสดในมือเพื่อรองรับความไม่แน่นอน