วันที่ 22 มีนาคม ระหว่างการแถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเปิดเผยว่าจากการติดตามในส่วนของการใช้น้ำมันดีเซล พบว่าปริมาณการใช้ดีเซลยังสูงกว่าปกติที่อยู่ประมาณ 67 – 70 ล้านลิตรต่อวัน ตอนนี้สูงขึ้นกว่าปกติโดยมีบางช่วงที่ผ่านมาบางวันขึ้นไปถึงกว่า 100 ล้านลิตร
ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงกลั่นที่ผลิตอยู่รวมทั้งสิ้น 6 โรง ประกอบด้วย โรงกลั่นบางจาก โรงกลั่นบางจากศรีราชา โรงกลั่น IRPC โรงกลั่น PPTGC โรงกลั่น SPRC และโรงกลั่นไทยออยล์
ซึ่งในวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ผลิตดีเซลพื้นฐานทั้งสิ้น 79.91 ล้านลิตร ส่วนหนึ่งจำหน่ายไปยังภาคอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และเรือเดินทะเล อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยโรงกลั่นจะส่งให้กับผู้ค้า เพื่อไปผสมกับไบโอดีเซลจนกลายมาเป็นดีเซลหมุนเร็วที่จำหน่ายในประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด 11 ราย
ผู้ค้าที่ผลิตไบโอดีเซลจะผลิตน้ำมันดีเซลออกมารวมทั้งสิ้น 66.8 ล้านลิตร ส่วนหนึ่งจะส่งให้กับผู้ค้ารายย่อยมาตรา 10 จะเป็นจ็อบเบอร์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน อีกด้านหนึ่งผู้ที่ผลิตดีเซลหมุนเร็วขนาดใหญ่ จะจำหน่ายให้กับผู้ค้าขนาดใหญ่ที่เป็นสาขา ประกอบด้วย 15 ราย ซึ่งปริมาณที่จำหน่ายไปยังผู้ค้าจำหน่าย อยู่ที่ 71 ล้านลิตร เป็นการดึงสต็อกเก่าที่เป็นเวิร์กกิ้งสต็อกมาใช้
ส่วนรายงานสถานภาพของน้ำมันเบนซิน ที่ผลิตในประเทศ ณ วันนี้ ซึ่งผลิตใน 5 โรงกลั่น ได้แก่ โรงกลั่นบางจาก โรงกลั่นบางจากศรีราชา โรงกลั่น IRPC โรงกลั่น SPRC และโรงกลั่นไทยออยล์ ปริมาณการผลิตรวม ณ วันนี้อยู่ที่ 35.28 ล้านลิตร ที่ผลิตออกมาจะเป็นเบนซินพื้นฐาน จะต้องมีการเติมเอทานอล จะมีการผสมโดยผู้ค้าน้ำมัน ประกอบไปด้วยค่าโรงกลั่นดังกล่าวและผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งผลิตออกมาขายเป็นเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 E20 จะอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนหนึ่งส่งไปยังผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ค้ามาตรา 7 อีก 14 รายเป็นการจำหน่ายตามสถานีบริการของปั๊มแบรนด์ต่างๆ อยู่ที่ 28.78 ล้านลิตร ส่วนที่เหลือจะเป็นการขายให้กับผู้ค้ารายย่อย กำลังจะทยอยมา คาดว่า 2-3 วันนี้จะมีภาพที่ชัดขึ้นในส่วนของผู้ค้าตามมาตรา 1 ซึ่งจะเป็นจ็อบเบอร์ ที่ขึ้นทะเบียนกับธุรกิจพลังงานและบางส่วนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
นายสราวุธ กล่าวว่าประชาชนได้ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชั่นของนายชานนท์ เงินทองดี เรียกว่า ปั๊มเรดาห์ ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานไปยังนายชานนท์ เพื่อจะได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบหลังบ้านขึ้นมาอีกประเภทหนึ่ง โดยจะให้สถานีบริการเป็นผู้ร่วมกรอกข้อมูลผ่านมาทางพลังงานจังหวัด และจะจัดเตรียมแอปพลิคชั่นที่ชื่อว่า ”FUEL NOW“ เข้ามาตรวจสอบว่า มีน้ำมัน ณ จุดไหน ส่งไปยังจุดไหนบ้าง ทั้งหมดร่วมกับพลังงานจังหวัดทั่วประเทศและหน่วยงานอื่นๆ ที่ร่วมกันสนับสนุนข้อมูลดิจิทัล เพื่อให้เกิดการบริการประชาชนอย่างเต็มกำลัง
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุนเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 8 จุด 4 จังหวัด ยังไม่พบอะไรที่ผิดปกติ โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจตราจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป ท้งนั้ ปัจจุบันปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการไม่น้อยกว่า 103 วัน ณ วันนี้เป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร อยู่ระหว่างขนส่งอีก 4,206 ล้านลิตร และน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วจากทุกเส้นทางมี 3,700 ล้านลิตร
เมื่อถามถึงการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเหมาะสมและอย่างรวดเร็ว จะดึงสต็อกน้ำมันกระจายไปยังปั๊มต่างๆ ได้ภายในกี่สัปดาห์ นายสราวุธ กล่าวว่า ได้มีการปลดล็อกเวลาขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ในเขตเมืองแล้ว ได้มีการผ่อนผันดีเซลอย่างน้อย 130 ล้านลิตรเข้ามาในระบบ ต้องรีบกระจายตัวไปยังจุดต่างๆ รวมถึงสถานีบริการ เมื่อถามย้ำว่า จะเสร็จสิ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า เบื้องต้นถ้าส่งน้ำมันได้เร็วขึ้น 10 ล้านลิตรในทุกวัน ช่วงสัปดาห์จะถึงน่าจะผ่อนคลายสถานการณ์ไปในทางที่ดี
เมื่อถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการของประชาชนเกินขีดความสามารถในการจัดส่งใช่หรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า น้ำมันดีเซลบางช่วงมีปริมาณความต้องการผ่านปั๊มถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน สถานการณ์วันที่ 20 มี.ค. สูงกว่ากว่าปกติถึง 71 ล้านลิตร มีการดึงสต๊อกออกมาใช้ จึงต้องรีบกระจายตัวให้เร็วที่สุด





