จากสภาวะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคาพลังงาน และระบบโลจิสติกส์การขนส่งน้ำมันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีความเปราะบางด้านแหล่งพลังงานอย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน (EPPO) ช่วงเดือนม.ค. - ธ.ค.2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศเพียง 8% เท่านั้น ในขณะที่อีก 92% ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
โดยแหล่งนำเข้าหลักมาจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางถึง 58% (เช่น เอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต, โอมาน) ตามด้วยแหล่งอื่นๆ 24% และกลุ่มประเทศตะวันออกไกลอีก 19%
ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. ได้เร่งดำเนินการจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนท่าเรือในการรับน้ำมันดิบเพื่อกระจายความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบ
ต้นทุนแฝงพุ่ง ค่าประกันภัยดีดตัว 100 เท่า
ภาวะสงครามไม่เพียงแต่กระทบต่อปริมาณน้ำมัน แต่ยังส่งผลให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ข้อมูลระบุว่า ค่าเบี้ยประกันภัยขนส่งในช่วงสงครามพุ่งสูงขึ้นถึง 100 เท่า เนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และบริษัทรับประกันภัยทำได้ยาก
นอกจากนี้ ค่าขนส่ง และระวางเรือยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 5 เท่า จากสภาวะเรือขาดแคลน ขณะที่ Crude Premium หรือส่วนต่างราคาน้ำมันดิบอ้างอิงกับราคาซื้อขายจริงของอเมริกาพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่า
เคลียร์ "ค่าการกลั่น" ไม่เท่ากับ "กำไรสุทธิ"
ท่ามกลางข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับผลกำไรของโรงกลั่น แหล่งข้อมูลยืนยันว่า ค่าการกลั่น หรือ GRM (Gross Refining Margin) ไม่ใช่กำไรสุทธิของโรงกลั่น โดยค่าการกลั่นเป็นเพียงส่วนต่างระหว่าง "รายได้จากผลิตภัณฑ์" กับ "ต้นทุนน้ำมันดิบ" เท่านั้น แต่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายสำคัญอีกหลายส่วน
ต้นทุนที่โรงกลั่นต้องแบกรับเพิ่มเติม และไม่รวมอยู่ในค่าการกลั่น ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายน้ำมันดิบส่วนเพิ่ม: ประกอบด้วย Crude Premium, ค่าขนส่ง และระวางเรือ รวมถึงค่าประกันภัย
- ต้นทุนการผลิตในโรงกลั่น: เช่น ค่าเชื้อเพลิง, ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำ, ค่าซ่อมบำรุง, ค่าแรง, ค่าเสื่อมราคาจากการลงทุน รวมถึงดอกเบี้ย และภาษี
บริหารจัดการ 24 ชั่วโมง มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน
ในส่วนของการกระจายน้ำมันสู่ผู้บริโภค พบว่าสถานการณ์ความไม่สงบส่งผลให้ยอดขายน้ำมันที่สถานีบริการเพิ่มขึ้นกว่าปกติ 2-3 เท่า ทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องยกระดับการบริหารจัดการอย่างเต็มกำลัง โดยมีการเปิดคลังน้ำมันตลอด 7 วัน และเพิ่มรอบการขนส่งนอกเวลา จากเดิมที่การขนส่งน้ำมัน 1 รอบจะเพียงพอสำหรับการขายเฉลี่ย 2-3 วันในสภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะมีน้ำมันใช้ได้อย่างเพียงพอ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





