ไทยร่วมรประชุมคณะกรรมการร่วม RCEP (RJC) ระหว่างวันที่ 16 – 18 มีนาคม 2569 ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ถกประเด็นการค้าโลกท่ามกลางวิกฤตอ่าว - ภาษีสหรัฐฯ พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาความตกลงฯ เพื่อดึงดูดการใช้สิทธิพิเศษให้มากขึ้น คาดภายในปีนี้จะเริ่มกระบวนการพิจารณา 4 ประเทศสมาชิกใหม่
นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วม ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรือ RCEP (RJC) ครั้งแรกของปี 2026 และการประชุมโต๊ะกลมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์
โดยที่ประชุมได้เร่งขับเคลื่อนแผนรับสมาชิกใหม่ในปี 2026 ตามมติของผู้นำ RCEP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีเป้าหมายในการขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าการค้าในภูมิภาคให้ครอบคลุมและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันสำคัญสำหรับรับมือกับความผันผวนของการค้าโลก และสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนในยามที่โลกกำลังแบ่งขั้วและมีความจำเป็นต้องพึ่งพากันในภูมิภาค เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้กว้างขึ้น
พร้อมเพิ่มพลวัตทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลบวกโดยตรงต่อการลงทุน การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับอำนาจต่อรองของ RCEP ในเวทีการค้าโลก
นายธัชชญาน์พล กล่าวว่า สำหรับไทย การขยายสมาชิกในครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกตลาดใหม่ที่เข้ามาร่วมหมายถึงคู่ค้าและนักลงทุนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น สินค้าและบริการของไทยจะมีเส้นทางเดินทางใหม่ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี และห่วงโซ่อุปทานของสินค้าไทยจะยิ่งแข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น
หนึ่งในความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมที่สุดจากการประชุมครั้งนี้ คือ การกำหนดให้เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นห้วงเวลาสัมภาษณ์ประเทศผู้สมัครที่ขอเข้าร่วม RCEP
โดยกระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองและประเมินความพร้อมของผู้สมัคร ก่อนที่สมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศจะพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย จึงถือเป็นด่านคัดกรองสำคัญที่ผู้สมัครแต่ละรายจะต้องพิสูจน์ตนเองต่อสมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศ
ทั้งในแง่ความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า มาตรฐานศุลกากร และศักยภาพในการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลงฯ โดยประเทศผู้สมัครจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของ RCEP ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางรากฐานสำหรับการทบทวนและปรับปรุงความตกลง RCEP ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อผลักดันการใช้สิทธิพิเศษจาก RCEP ให้มากขึ้น
โดยได้เปิดพื้นที่รับฟังความเห็นอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนผ่านการประชุมโต๊ะกลม และการรับฟังข้อเสนอแนะจากผลการประชุมวิชาการเรื่องทิศทางในการทบทวนความตกลงฯ กระบวนการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ RCEP ยังคงเป็นความตกลงที่ไม่หยุดนิ่ง และสามารถส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้าของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว





