รายงานข่าวจาก กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบของสงครามอิหร่านในตะวันออกกลางพบว่า สถานีบริการขายน้ำมันสูงขึ้น โดยบางแห่งยอดจ่ายน้ำมันสูงขึ้นถึง 2 เท่า โดยรัฐบาลได้สั่งการมาตรการเร่งด่วนคือ การอัดฉีดน้ำมันสำรอง (Flush)
พร้อมสั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน และ กลุ่ม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำน้ำมันสำรองเติมเข้าไปในระบบเพื่อสร้างความมั่นใจและตอบสนองความต้องการที่สูงผิดปกติ ขณะเดียวกันได้มีการแก้ปัญหาการซื้อน้ำมันของผู้ค้าส่งหรือ “Jobber” ให้สามารถซื้อน้ำมันจากหน้าโรงกลั่นได้ในราคาเดียวกับที่ซื้อหน้าปั๊มน้ำมัน
โดยให้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นำร่องมาตรการนี้ เพื่อ ให้การขนส่งน้ำมัน 1 รอบ เพียงพอสำหรับการขาย เฉลี่ย 2-3 วันในสภาวะปกติ และให้ผู้ค้าน้ำมันบริหารจัดการอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนมีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ โดย
- ขนส่งนอกเวลา! เพิ่มรอบการขนส่ง!
- คลังน้ำมันเปิด 7 วัน
การเดินทางของน้ำมันดิบจากโรงกลั่นสู่ผู้บริโภค
ทั้งนี้ โรงกลั่นจำหน่ายน้ำมันให้ผู้ค้ามาตรา 7 ไปกระจายต่อให้สถานีบริการของตนเอง และจำหน่ายให้ Jobber ไปกระจายให้สถานีบริการรายย่อย อุตสาหกรรม ขนส่ง และเกษตร
สำหรับโรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเต็มกำลังในการส่งผลิตภัณฑ์ให้สถานีบริการที่เป็นลูกค้า รวมถึง Jobber ที่เป็นลูกค้าประจำ โดยจะเริ่มมีการควบคุมราคาที่ขายให้ Jobber ให้เท่ากับราคาหน้าสถานีบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้ Jobber ไปเติมน้ำมันจากสถานีบริการ





