วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม 2569

Login
Login

'ภาคขนส่ง' พาเหรดขึ้นราคา แบกต้นทุนน้ำมัน 'แพง' ไม่ไหว

'ภาคขนส่ง' พาเหรดขึ้นราคา แบกต้นทุนน้ำมัน 'แพง' ไม่ไหว

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจภาคขนส่ง โดยเฉพาะขณะนี้ที่ผ่านพ้นช่วงรัฐบาลตรึงราคาน้ำมันในประเทศเป็นเวลา 15 วันแล้ว เริ่มเห็นภาคขนส่งพาเหรดกันออกมากล่าวถึงความเดือดร้อน แบกรับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น ซ้ำยังเกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่สามารถหาเติมได้

ย้อนผลกระทบน้ำมันที่เกิดขึ้นกับ “ภาคขนส่ง” ของไทย เริ่มต้นในช่วงสัปดาห์ก่อน “กลุ่มธุรกิจการบิน” เป็นส่วนแรกที่ออกมากล่าวถึงผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบขยับจากประมาณ 70 - 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า

ในส่วนของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเฉพาะส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) ปรับตัวสูงขึ้น 2 – 3 เท่าเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นผลทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจากเดิมน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนราว 30% ต่อเที่ยวบิน เพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ 40 - 50% ต่อเที่ยวบิน ทำให้การบินไทยมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าบัตรโดยสารอีก 10-15% ในทุกเส้นทางบิน

ปัญหาราคาน้ำมันเริ่มเป็นวงกว้างตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคขนส่งออกมาประกาศปรับราคา “ค่าโดยสาร” อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท ซีทราน เฟอร์รี่ ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ขนส่งผู้โดยสารและยานพาหนะในเส้นทาง ดอนสัก-เกาะสมุย และดอนสัก - เกาะพะงัน ประกาศปรับอัตราค่าโดยสาร หลังต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

โดยปรับราคาเส้นทาง ดอนสัก – เกาะสมุย - ดอนสัก จาก 170 บาท เป็น 180 บาทต่อคน ส่วนเส้นทาง ดอนสัก – เกาะพะงัน - ดอนสัก จาก 240 บาท เป็น 250 บาทต่อคน มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป พร้อมยืนยันว่าการปรับราคาครั้งนี้อยู่ภายใต้กรอบเพดานราคาที่กำหนด เพียงแต่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูง

เช่นเดียวกับ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ ที่ออกมาระบุว่า แม้ในระยะเวลานี้เรือคลองแสนแสบจะยังไม่ปรับขึ้นราคา แต่การปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 1 บาท จะเกิดขึ้นเมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงเกิน 33 บาทต่อลิตร เพราะหากราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น ในขณะที่ค่าโดยสารไม่มีการปรับนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนค่าแรงงาน

ส่วนภาคขนส่งทางบก ทางสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิด 5 ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน โดยสาระสำคัญส่วนหนึ่งมีการระบุ ขอให้รัฐตรึงราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วขายปลีกหน้าปั๊มอยู่ที่ 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้น้ำมันทุกกลุ่มมีเวลาเตรียมตัว พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนตามปั๊มน้ำมัน ทุกปั๊มของผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 ผู้ค้ารายใหม่ ห้ามขาดแคลน, ห้ามปิดปั๊ม, ห้ามจัดสรรโควตา หรือจำกัดการเติม และอื่นๆ

ทั้งนี้ หากการเรียกร้องไปยังรัฐบาลครั้งนี้ยังไม่เป็นผล ไม่มีการตอบรับหรือหารือทางออกใดๆ สหพันธ์ฯ เตรียมใช้มาตรการอื่นเพื่อต่อกรกับรัฐบาล โดยมาตรการหนัก อาทิ ภาคขนส่งหยุดวิ่งให้บริการทั่วประเทศ ร่วมกับภาคีเครือข่าย 9 องค์กรพันธมิตร กดดันและหาทางออก เนื่องจากวิกฤตินี้กระทบเป็นห่วงโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ และท้ายที่สุดจะมีการนำมวลชน ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ประกอบการและคนขับรถบรรทุกบุกเข้าชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาลในกรุงเทพมหานคร