วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

อินฟอร์มา ผนึกทัพพันธมิตร ดัน JGAB 2026 ผงาดแพลตฟอร์มอัญมณีโลก

อินฟอร์มา ผนึกทัพพันธมิตร ดัน JGAB 2026 ผงาดแพลตฟอร์มอัญมณีโลก

บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เตรียมจัดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB) งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ ในวันที่ 22-25 เม.ย. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประกาศจับมือร่วมกับพันธมิตรแนวหน้า กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน และสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย เพื่อผลักดันงาน JGAB 2026 สู่ศูนย์กลางเวทีเจรจาธุรกิจการค้าชั้นนำสำหรับผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค เตรียมปักหมุดสู่หนึ่งในจุดหมายการค้าสำคัญระดับภูมิภาค

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า งาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok (JGAB) 2026 ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับให้เป็นเวทีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Sourcing Hub” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งรายย่อยและขนาดกลางให้เข้าถึงแพลตฟอร์มธุรกิจนานาชาติ 

“ในฐานะผู้จัดงาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขยายกรอบความร่วมมือกับพันธมิตรที่สำคัญของเราในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอัญมณีไทยในระยะยาว”

ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการยกระดับพื้นที่จัดแสดงให้เป็นเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติโดยมี พาวิลเลียนผู้ออกแสดงสินค้าจากหลายประเทศ อาทิ ASEAN Pavilion ที่รวบรวมผู้ผลิตจากประเทศในอาเซียน, China Pavilion ที่โดดเด่นด้านบรรจุภัณฑ์เครื่องประดับและเพชรสังเคราะห์, Sri Lanka Pavilion นำเสนอไพลินคุณภาพระดับโลกภายใต้แนวคิด “Mine to Masterpiece” และ Japan Pavilion จัดแสดงไฟน์จิวเวลรี่ ไข่มุก รวมถึงเครื่องประดับคุณภาพสูงภายใต้มาตรฐาน Made in Japan 

อินฟอร์มา ผนึกทัพพันธมิตร ดัน JGAB 2026 ผงาดแพลตฟอร์มอัญมณีโลก

สำหรับปีนี้ คาดว่าจะมีผู้แสดงสินค้ากว่า 400 บริษัท จากกว่า 15 ประเทศ เข้าร่วมจัดแสดงสินค้า และคาดว่าจะมี ผู้เยี่ยมชมงาน นักธุรกิจ และจากทั่วโลกเดินทางเข้าร่วมงานกว่า 10,000 รายจาก 60 ประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ The Next Gem Awards 2026 เวทีการประกวดนักออกแบบรุ่นใหม่, The Goldsmith Craftsmanship Competition 2026 การแข่งขันช่างทองไทย, JGAB Runway แฟชั่นโชว์เครื่องประดับที่เน้นสร้างมูลค่าให้กับเครื่องประดับไทย และ Networking Night กิจกรรมส่งเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจ รวมถึง Workshop และสัมมนาคุณภาพ ตลอด 4 วันของการจัดงาน

ความร่วมมืออาเซียนและตลาดโลก

นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล นายกสมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน กล่าวถึงความสำคัญของการยกระดับความร่วมมือสู่หุ้นส่วนการจัดงาน ครั้งนี้ว่า นี่คือครั้งแรกของทางสมาคมฯ ที่ยกระดับความร่วมมือ สู่รูปแบบของผู้ร่วมจัดงาน JGAB 2026 เรามองเห็นถึงศักยภาพและโอกาสมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในงาน โดยทำงานภายใต้กรอบความร่วมมือที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์แก่อุตสาหกรรมในภาพรวม อาทิ การเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกลุ่มผู้ซื้อและผู้ประกอบการที่เป็นเครือข่ายสมาชิกของเรา โดยเฉพาะจากอาเซียน เอเชีย และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ให้เข้าร่วมงานครั้งนี้ ทั้งในฐานะผู้ออกงานแสดงสินค้าและผู้เยี่ยมชมงาน

นอกจากนี้ภายในงาน เรายังร่วมจัดงานประชุมและสัมมนา Jewellery & Gem ASEAN Summit โดยการประชุมจะเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศสมาชิกของ AGJA โดยมีจุดประสงค์ในการแสวงหาความร่วมมือในมิติต่างๆ ทั้งด้านการค้า การแลกเปลี่ยนความรู้ และในด้านอื่นๆ ระหว่างชุมชนเป็นการย้ำถึงความสำคัญในเรื่องการแสวงหาความร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรการค้าในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่อุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายของตลาดโลกในอนาคต เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยและอาเซียน กับชุมชนธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีงาน JGAB 2026 และประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง

อัญมณี-เครื่องประดับไทย อนาคตสู่เวทีโลก

นายสิทธิศักดิ์ ลิ้มวัฒนายิ่งยง รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและ นายกสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจะเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการส่งออกถึง 26,821.26 ล้านเหรียญสหรัฐ (มกราคม–ธันวาคม 2568) นับเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 3 ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องประดับเงิน ที่มีมูลค่าส่งออก 2,522.45 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 31.56% โดยจุดแข็งของไทยอยู่ที่ทักษะฝีมือช่างที่มีความประณีต การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และยังมีความพร้อมในด้านโครงสร้างอุตสาหกรรม ตลอดจนเครือข่ายผู้ประกอบการที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ

อินฟอร์มา ผนึกทัพพันธมิตร ดัน JGAB 2026 ผงาดแพลตฟอร์มอัญมณีโลก

สำหรับบทบาทของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มองว่าทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อตอบรับกับความท้าทายใหม่ของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ผู้ที่ได้รับผลกระทบนอกจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ยังมีผู้ประกอบการรายเล็กหรือกลุ่ม SMEs ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการเหล่านี้ให้สามารถแข่งขันได้ กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงร่วมมือกับทาง บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการออกงานแสดงสินค้า ด้วยโครงการสนับสนุนเงินอุดหนุน หรือ SME ปัง ตังได้คืน โดยได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบเป็นจำนวนมากที่สนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 100 ราย นับเป็นจำนวนที่มากขึ้นกว่า 25% จากปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการช่วยผลักดันธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่ตลาดสากล

นอกจากนี้ ในส่วนของสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย ได้ร่วมจัดสัมมนาความรู้ ภายใต้หัวข้อ Silver Price Shock: Understanding the Market and Designing for the Future เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้แก่ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องเงิน และในส่วนโซนนิทรรศการภายใต้แนวคิด “Beyond Silver Price : The Future of Thai Jewelry Industry” เพื่อเป็นการต่อยอดและแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องเงินไทยผ่านทางเรื่องราวและแนวคิดออกแบบที่หลากหลายอีกด้วย

งาน JGAB 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเป็นเวทีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขยายเครือข่ายการค้าในระดับสากล