โครงการรถไฟความเร็วสูง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีน หรือ “ไฮสปีดไทยจีน” เป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์สุดอืด กินเวลาก่อสร้างมา 9 ปี นับจากตั้งแต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีตอกเสาเข็มเริ่มงานก่อสร้างโครงการไฮสปีดสายนี้ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2560
ขณะที่สถานะปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังคงวางเป้าหมายเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อเปิดให้บริการโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 253 กิโลเมตร ภายในปี 2573 ซึ่งภาพรวมงานโยธา ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 25 ก.พ.2569 ก่อสร้างคืบหน้ารวม 52.47% แผนกำหนด 80.74% หรือล่าช้ากว่าแผนประมาณ 28.27%
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า ตอนนี้ยังคงตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการไฮสปีดไทยจีน ระยะที่ 1 ภายในปี 2573 โดยจะต้องเร่งผลักดัน 3 สัญญาที่ยังติดปัญหาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาดำเนินการ ประกอบด้วย
สัญญา 3 - 5 ช่วงโคกกรวด - นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กิโลเมตร สถานะปัจจุบันยังติดปัญหาการปรับแบบการก่อสร้างบริเวณโคกกรวด - บ้านใหม่ จากทางวิ่งระดับดินระยะทาง 7.8 กิโลเมตร เป็นทางวิ่งยกระดับ ตามการเรียกร้องของชาวจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2,052.09 ล้านบาท ทำให้ต้องเสนอ ครม.พิจารณา
สัญญาที่ 4 - 1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กิโลเมตร สถานะปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอเสนอ ครม.พิจารณาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) เนื่องจากงานโยธาส่วนนี้ใช้โครงสร้างร่วมกัน ทางคู่สัญญาในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน จึงจะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง
สัญญา 4 - 5 ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กิโลเมตร สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับแบบสถานีอยุธยาให้สอดคล้องกับรายงานการประเมินผลกระทบทางทรัพย์สินและวัฒนธรรมต่อแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (HIA) โดย รฟท.ตั้งเป้าจะจัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จ เสนอบอร์ด รฟท.เพื่อเปิดประมูลจัดหาผู้รับเหมาภายใน 6 เดือน และก่อสร้างภายในปีนี้ แต่หากมีการปรับกรอบวงเงินก็มีความจำเป็นต้องเสนอ ครม.พิจารณา
นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า 3 สัญญาที่ยังติดปัญหานี้ เป็นเรื่องที่กังวลใจและต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมโครงการและการเปิดให้บริการของไฮสปีดไทยจีน ตอนนี้จึงยังกำหนดไทม์ไลน์เปิดบริการไว้ที่ปี 2573 แต่อย่างไรก็ดี เมื่องานโยธายังคงล่าช้าและยังมีปัญหาอุปสรรคเรื่องการส่งมอบพื้นที่เพื่อเริ่มงานติดตั้งระบบ ซึ่งอยู่ในส่วนสัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร
ทั้งนี้ รฟท.จึงอยู่ระหว่างเจรจากับทางฝ่ายจีน ผู้รับผิดชอบงานสัญญา 2.3 เพื่อขอปรับแผนงานใหม่ จากเดิมต้องส่งมอบพื้นที่พร้อมกันทั้งโครงการ จะขอทยอยส่งมอบพื้นที่ในส่วนของงานโยธาที่แล้วเสร็จก่อน เพื่อให้ฝ่ายจีนสามารถเข้าพื้นที่และเริ่มทยอยติดตั้งระบบได้





