วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ เผย จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 2 เดือนแรกปี 69  ยอดรวมกว่า 1 .4 หมื่นคำขอ

พาณิชย์ เผย จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 2 เดือนแรกปี 69  ยอดรวมกว่า 1 .4 หมื่นคำขอ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย  สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 2 เดือนแรกปี 69 จำนวน 14,394 คำขอ  เทรนด์สุขภาพยังพุ่งแรง ติดอันดับ Top5 คำขอ IP หลายประเภท

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา  กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในไทย ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กุมภาพันธ์) มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกว่า 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.37 และมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 2,524 รายการ เพิ่มขึ้น 4.38% รวม14,394 คำขอ

โดยภาพรวมเทรนด์สุขภาพยังคงมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 14,394 คำขอ ประกอบด้วย

1.เครื่องหมายการค้ายื่น 9,025 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.22% จดทะเบียนจริง 6,470 เครื่องหมาย ลดลง 11.94% เนื่องจากผู้ยื่นคำขอบางส่วนยังไม่ได้มาชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 5 อันดับแรกที่ยื่นขอจดมากที่สุด ได้แก่ บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 1,206 คำขอ ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต และการส่งเสริมบริการ Fast Track ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ

รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 1,183 คำขอ, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 1,103 คำขอ สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น

โดยเป็นผู้ยื่น คนไทย 52% และต่างชาติ 48% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด ได้แก่ บริษัท มาสเตอร์ อโกรเทค จำกัด ในธุรกิจอาหารเสริมพืชและปุ๋ยของไทย 48 คำขอ รองลงมาคือ บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 47 คำขอ เป็นต้น

พาณิชย์ เผย จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 2 เดือนแรกปี 69  ยอดรวมกว่า 1 .4 หมื่นคำขอ

2. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 1,254 คำขอ ลดลง 6.49% แต่มีการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์จริง  อยู่ที่ 1,113 ฉบับ เพิ่มขึ้น 24.50%  นวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์  สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ

ตามมาด้วย นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่ม  และวัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง

โดยผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 9% และต่างชาติ 91% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา  บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น  บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น  และบริษัท โนเกีย เทคโนโลยี โอวาย จากฟินแลนด์

นางอรมน กล่าวว่า 3. อนุสิทธิบัตร มีการยื่นคำขอ 720 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.71% แต่จดจริงอยู่ที่ 440 ฉบับ เพิ่มขึ้น 31.34%  โดยนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม  ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ตามมาด้วย ยาสมุนไพร สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ อุปกรณ์ทางการแพทย์  และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์

โดยสัดส่วนผู้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร เป็นคนไทย 96% และต่างชาติ 4% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  

4. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีการยื่นคำขอ 871 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.81% แต่จดทะเบียนจริงอยู่ที่ 1,249 ฉบับ เพิ่มขึ้น 70.63%โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 รองลงมาคือ ลวดลายผ้า  เครื่องประดับ  อุปกรณ์ก่อสร้าง และรถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 65% และต่างชาติ 35% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นชาวไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  บริษัท เอส วินเทค ฟาซาด ดีไซน์ จำกัด  บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย  และนายสุนทร ปราชญ์นิวัฒน์

 5. ลิขสิทธิ์ มีการยื่นแจ้งข้อมูล 2,524 ผลงาน เพิ่มขึ้น 4.38%ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ) ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ และงานอื่นใด (งานทอผ้า งานเย็บปักถักร้อย) ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ เป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1% สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ  มหาวิทยาลัยมหิดล  มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และบริษัท สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

อย่างไรก็ดี ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด ซึ่งกรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น

นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้เดินหน้าเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและพัฒนางานบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการวางแผนและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยสืบค้นข้อมูลในกระบวนการตรวจสอบคำขอได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตลอดจนจัดให้มีช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียน ผ่านบริการ Fast Track เครื่องหมายการค้า กรณีต้องนำหลักฐานการจดทะเบียนไปแสดงต่อหน่วยงานราชการอื่น จะทราบผลการพิจารณาครั้งแรกภายใน 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ และสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับสินค้าที่จะขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล จะทราบผลภายใน 4 เดือนนับจากวันยื่นคำขอ บริการ Fast Track ด้านสิทธิบัตร นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ทราบผลภายใน 12 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ และอนุสิทธิบัตร ทราบผลภายใน 6 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ และ Fast Track สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในสาขานวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมและชิ้นส่วนยานยนต์ ทราบผลภายใน 3 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยเข้าสู่ตลาดได้เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่ ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Line Official Account: @dipthailand