วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

'สภาพัฒน์' โชว์ตัวเลขยอดเติมน้ำมันสูงกว่าปกติหลายเท่า วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

'สภาพัฒน์' โชว์ตัวเลขยอดเติมน้ำมันสูงกว่าปกติหลายเท่า วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

“สภาพัฒน์” โชว์ตัวเลขยอดการเติมน้ำมันสูงผิดปกติ เพิ่มเป็นเท่าตัว หลังคนตื่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยอดเติมดีเซลจาก 61 ล้านลิตร เพิ่มทะลุ 100 ล้านลิตรในช่วงข่าวการโจมตีอิหร่าน-โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน  ขอประชาชนเติมน้ำมันตามที่ใช้กันปกติ ยืนยันน้ำมันมีพอ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า หากดูตัวเลขการใช้น้ำมันในประเทศของเราในภาวะปกตินั้น ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มน้ำมันเบนซิน จะมีการใช้อยู่ที่ประมาณ 34 ล้านลิตรต่อวัน แต่ช่วงที่เริ่มมีเหตุการณ์ความไม่สงบ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่เริ่มเห็นการโจมตีในประเทศอิหร่าน

และในวันที่ 1 มี.ค. ที่เริ่มเห็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งในประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านและในประเทศอิหร่าน ปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินในวันที่ 1 มี.ค. ยังคงอยู่ที่ประมาณ 28.97 ล้านลิตร พอมาถึงวันที่ 2 มี.ค.หลังจากมีข่าวการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในภาคตะวันออกกลางออกไป ตัวเลขการบริโภคน้ำมันกลุ่มเบนซินก็ขยับพุ่งสูงขึ้นมาเป็น 50.77 ล้านลิตร 

เช่นเดียวกันกับกลุ่มน้ำมันดีเซล ในวันที่ 1 มี.ค. ปริมาณการใช้อยู่  61 ล้านลิตร แต่ในวันที่ 2 มี.ค.ขยับสูงขึ้นมาเป็น 98 ล้านลิตร ความต้องการขยับสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะประชาชนคงมีความหวั่นเกรงเมื่อเห็นเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง และคาดการณ์ไปว่าน้ำมันอาจจะขาดแคลน แต่ขอเรียนเพื่อความมั่นใจว่า ทางกระทรวงพลังงานได้มีการรายงานตัวเลขทุกวันอยู่แล้วว่า

ขณะนี้น้ำมันที่เรามีสำรองอยู่นั้นสามารถใช้ได้อีกกี่วันในกรณีที่ไม่มีการนำเข้าน้ำมันเข้ามาเลย ดังนั้น ปริมาณน้ำมันสำหรับใช้ในประเทศไทยจึงยังมีความเพียงพออยู่ 

“หากดูตัวเลขของน้ำมันดีเซลเพิ่มเติม จากวันที่ 2 มี.ค.ที่ขยับขึ้นมาเป็น 98 ล้านลิตร พอถึงวันที่ 4 มี.ค. ขยับสูงขึ้นไปถึง 118 ล้านลิตร  และคงอยู่ในระดับกว่า 100 ล้านลิตรไปอีกประมาณ 2 วันจนถึงวันที่ 6 มี.ค.เหตุการณ์ในลักษณะนี้ทำให้ปริมาณน้ำมันในสถานีบริการต่างๆ เริ่มไม่เพียงพอ ประกอบกับข้อจำกัดเรื่องการขนส่งไม่สามารถเอารถบรรทุกน้ำที่เป็นแท็งก์ใหญ่ๆ มาขนน้ำมันแทนได้ แต่ต้องเป็นรถที่ใช้สำหรับการขนส่งน้ำมันโดยเฉพาะ เมื่อเกิดความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากความตื่นตระหนกของประชาชน ทำให้น้ำมันในสถานีบริการหมดเร็วกว่าปกติ การขนส่งน้ำมันจากคลังไปยังสถานีจึงทำได้ไม่ทันต่อความต้องการ แต่ได้มีการแก้ไขปัญหาให้รถขนส่งน้ำมันสามารถวิ่งขนส่งได้ตลอดทั้งวันมากขึ้น และเพิ่มรอบการวิ่งไปเติมน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการต่างๆ ได้มากขึ้นประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือรีบไปกักตุน”นายดนุชา กล่าว