วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

‘คอร์รัปชั่น’ ไทยอาการหนัก ตัวชี้วัด ‘ติดสินบน-การทุจริต’ พุ่ง

‘คอร์รัปชั่น’ ไทยอาการหนัก ตัวชี้วัด ‘ติดสินบน-การทุจริต’ พุ่ง

สถานการณ์คอร์รัปชั่นของไทยอยู่ในระดับน่ากังวลเมื่อองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) เผยแพร่ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569

การประกาศดังกล่าวระบุว่าไทยได้คะแนน 33 จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ116 ของโลก สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันฝังรากลึก และเมื่อเทียบประเทศอาเซียนพบว่าไทยหล่นมาอยู่อันดับ 7 จากเคยอยู่อันดับ 5

ขณะที่ประเทศในอาเซียนที่มีคะแนนสูงกว่าไทย ได้แก่ สิงคโปร์ 84 คะแนน บรูไน 63 คะแนน มาเลเซีย 52 คะแนน เวียดนาม 41 คะแนน ส่วนอินโดนีเซียและลาวได้ 34 คะแนน ใกล้เคียงไทย ส่งผลให้สถานะความน่าเชื่อถือด้านธรรมาภิบาลของไทยน่ากังวล

เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดที่ TI ใช้ในการจัดอันดับครั้งนี้รวม 9 แหล่งข้อมูล แบ่งได้ 3 กลุ่ม ดังนี้

1.แหล่งข้อมูลที่ไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย แหล่งข้อมูล The Political and Economic Risk Consultancy (PERC) ซึ่งเป็นระดับการรับรู้ว่าการทุจริตเป็นปัญหากระทบสถาบันทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง มากน้อยเพียงใด โดยได้ข้อมูลจากแบบสอบถาม และปี 2568 ไทยได้ 45 คะแนน สูงขึ้นจากปี 2567 ที่ได้ 41 คะแนน และคะแนนได้สูงขึ้นต่อเนื่อง 3 ปี

แหล่งข้อมูล World Economic Forum (WEF) ในประเด็นที่ใช้แบบสอบถามถึงภาคธุรกิจต้องจ่ายเงินสินบนในกระบวนการต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด โดยปี 2568 ได้ 35 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ได้ 34 คะแนน แต่ยังต่ำกว่าปี 2563-2565 ที่ได้ 42-45 คะแนน

แหล่งข้อมูล Varieties of Democracy Institute (V-DEM) ในประเด็นการประเมินการทุจริตในภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เกี่ยวกับสินบน การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับส่วนรวม มากน้อยเพียงใด ซึ่งได้ข้อมูลจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในอาเซียน ในปี 2568 ได้ 30 คะแนน สูงขึ้นจากปี 2567 ที่ได้ 29 คะแนน

2.แหล่งข้อมูลที่ไทยได้คะแนนลดลง ประกอบด้วยแหล่งข้อมูล Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI) ประเด็นปราบปรามการทุจริตและบังคับใช้กฎหมายผู้ทำผิดมีประสิทธิภาพเพียงใด โดยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญไม่เกิน 2 คน และปี 2568 ไทยได้ 30 คะแนน ต่ำกว่าปี 2567 ที่ได้ 34 คะแนน ซึ่งลดลงต่อเนื่อง 3 ปี

แหล่งข้อมูล Economist Intelligence Unit Country Risk Ratings (EIU) ประเด็นความโปร่งใสและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณรัฐ ซึ่งได้จากสอบถามผู้เชี่ยวชาญ 2-3 คน และปี 2568 ไทยได้ 34 คะแนน ลดจากปี 2567 ที่ได้ 35 คะแนน ลดลงต่อเนื่องมา 2 ปี

แหล่งข้อมูล IMD World Competitiveness Yearbook (IMD) ประเด็น "การติดสินบนและการทุจริต" มีอยู่หรือไม่และมากน้อยเพียงใด โดยได้ข้อมูลจากการสอบถามผู้บริหาร และปี 2568 ไทยได้ 26 คะแนน ลดลงจากปี 2567 ที่ได้ถึง 36 คะแนน ถือเป็นคะแนนที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับปี 2565-2566 ที่ได้ 43 คะแนน

แหล่งข้อมูล World Justice Project (WJP) ในประเด็นเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ มากน้อยเพียงใด ซึ่งได้ข้อมูลจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โดยปี 2568 ไทยได้ 32 คะแนน ลดลงจากปี 2567 ที่ได้ 34 คะแนน

3.แหล่งข้อมูลที่ไทยได้คะแนนคงที่ ประกอบด้วยแหล่งข้อมูล S&P/Global Insight Country Risk Ratings (GI) ในประเด็นการดำเนินการทางธุรกิจต้องเกี่ยวข้องกับการทุจริต มากน้อยเพียงใด โดยได้ข้อมูลจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ และปี 2568 ได้ 32 คะแนน

แหล่งข้อมูล PRS International Country Risk Guide (PRS) ในประเด็นมีอำนาจหรือตำแหน่งทางการเมืองมีการทุจริตโดยใช้ระบบอุปถัมป์และระบบเครือญาติ และภาคการเมืองกับภาคธุรกิจ มีความสัมพันธ์กัน มากน้อยเพียงใด โดยได้ข้อมูลจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งปี 2568 ไทยได้ 33 คะแนน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรุปการประเมินคะแนน CPI ให้เห็นสถานการณ์คอร์รัปชันผ่านมุมมองผู้ประเมิน โดยการยกระดับคะแนน CPI ของไทยนั้นรัฐบาลต้องแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ปัญหา โดยสร้างความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งมีข้อเสนอแนะของ TI ดังนี้

1.สร้างกระบวนการยุติธรรม และสถาบันยุติธรรมเป็นอิสระโปร่งใสและเข้าถึงได้ โดยได้รับการปกป้องจากการแทรกแซงของผลประโยชน์การเมืองหรือเศรษฐกิจ กระบวนการกฎหมายต้องสมเหตุสมผลและตรวจสอบได้ และศาลควรเผยแพร่คำตัดสินและข้อมูล

2.จัดการกับอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทางการเมือง โดยประชาชนควรได้รู้ว่าใครให้ทุนสนับสนุนพรรคการเมือง และผู้สมัครทางการเมือง หรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจกำหนดนโยบายสำคัญ ทั้งทางการเงิน ทางการเมือง ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการล้อบบี้ทางการเมือง โดยต้องจำกัดให้อยู่ในการตรวจสอบสาธารณะ

‘คอร์รัปชั่น’ ไทยอาการหนัก ตัวชี้วัด ‘ติดสินบน-การทุจริต’ พุ่ง

3.ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริตเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมบุคคลและชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากการทุจริตต้องเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้ความเสียหายจากการทุจริตได้รับการเยียวยา และทำหน้าที่เป็นหลักประกันให้การบังคับใช้กฎหมายได้มีประสิทธิภาพ

4.ส่งเสริมพื้นที่สำหรับพลเมืองและการแจ้งข้อมูลการต่อต้านการทุจริต ซึ่งเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานรวมถึงเสรีภาพของสื่อและสิทธิในการรับรู้ข้อมูลบุคคลและกลุ่มต่าง ๆ มีส่วนร่วมส่งเสริมความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริตการทำงานรัฐบาล และการดำเนินธุรกิจผู้มีอำนาจตัดสินใจต้องปกป้องภาคประชาสังคมและผู้รายงานการทุจริตเต็มที่ เช่น ผู้แจ้งเบาะแส องค์กรภาคประชาสังคม

5.เพิ่มความโปร่งใสและการกำกับดูแลบริการสาธารณะและการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน โดยรัฐต้องมีบริการสาธารณะที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ เช่น การสาธารณสุขและการศึกษา และควรมีระบบการตรวจสอบเข้มงวดเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้เงินถูกใช้เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะ 

รวมทั้งรัฐสภาและองค์กรตรวจสอบต้องมีอำนาจตรวจสอบการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน การใช้จ่ายเงินสาธารณะ และองค์กรตรวจสอบต้องมีความสามารถกำกับดูแล รักษามาตรฐานการตรวจสอบ รวมถึงเปิดให้กลุ่มคนหลากหลายมีส่วนร่วมกลไกการตรวจสอบ

6.ป้องกัน ตรวจจับ และลงโทษกรณีการทุจริตและการไหลเวียนทางการเงินผิดกฎหมายขนาดใหญ่ ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มแข็งภายในประเทศ ควบคู่มาตรการป้องกันและตรวจจับระดับชาติและระดับนานาชาติที่เข้มแข็งเป็นสิ่งจำเป็นในการสกัดกั้นและเปิดโปงการทุจริตขนาดใหญ่ หรือการทุจริตระดับชาติ และการฟอกเงินข้ามแดน

การนำกฎหมายระหว่างประเทศมาบังคับใช้ในประเทศเพื่อให้ระบบยุติธรรมมีประสิทธิภาพจะมีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นการดำเนินคดีผู้กระทำผิดและยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมยที่ซ่อนในต่างประเทศ