กระทรวงการคลัง ยันงบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 มีเพียงพอ พร้อมการันตีผู้มีสิทธิรับเงินต่อเนื่องถึง เม.ย. 2569 เตรียมชงเรื่องเข้า ครม. รัฐบาลใหม่ทันที ไร้รอยต่อ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่อาจตั้งไว้ไม่เพียงพอต่อการดำเนินโครงการว่า ขอให้ประชาชนผู้ถือบัตรหมดกังวลกับประเด็นดังกล่าว โดยขอยืนยันว่ากระทรวงการคลังได้วางแผนและจัดสรรงบประมาณรองรับไว้ให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงต้นเดือน เม.ย. 2569 อย่างแน่นอน
สำหรับประเด็นตัวเลขการจัดสรรงบประมาณปี 2569 ที่ปรากฏว่าตั้งไว้ในระดับที่ต่ำกว่าปกตินั้น ปลัดกระทรวงการคลังชี้แจงว่า เป็นเพียงวิธีการตั้งงบประมาณตามปกติของภาครัฐในทุกปีงบประมาณ โดยทางสำนักงบประมาณจะไม่ได้ใช้วิธีโอนเม็ดเงินทั้งหมดมากองไว้ในกองทุนตั้งแต่ต้นปี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินของประเทศ แต่จะใช้วิธีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอสำหรับการเบิกจ่ายในช่วง 3 ถึง 6 เดือนแรกก่อน จากนั้นจึงจะทยอยพิจารณาเติมเม็ดเงินงบประมาณเข้ามาเป็นระยะในระหว่างปี ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานที่หน่วยงานเศรษฐกิจดำเนินการมาโดยตลอด
นายลวรณ กล่าวอธิบายว่า หากในหนึ่งปีงบประมาณมีความจำเป็นต้องใช้เงินสำหรับโครงการนี้รวมทั้งหมด 50,000 ล้านบาท ทางสำนักงบประมาณอาจจะดำเนินการจัดสรรก้อนแรกมาให้ก่อนที่ 20,000 ล้านบาท และจะทยอยเติมเข้ามาอีกครั้งละ 10,000 ล้านบาท จนครบตามความต้องการใช้งานจริง การบริหารจัดการในลักษณะนี้จะช่วยให้เม็ดเงินในส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาเบิกจ่าย สามารถนำไปหมุนเวียนบริหารจัดการในภารกิจส่วนอื่นของรัฐที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อนได้
ส่วนข้อกังวลที่ว่าในช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการจัดสรรงบประมาณและการจ่ายเงินให้ประชาชนหรือไม่นั้น นายลวรณ กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กระทรวงการคลังได้หารือและประสานงานร่วมกับสำนักงบประมาณเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุมแล้ว โดยประเมินว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถเข้ามาบริหารประเทศและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือน เม.ย. ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมพร้อมที่จะนำเรื่องการเติมเงินกองทุนฯ บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทันที เพื่อให้การดำเนินโครงการมีความต่อเนื่องไร้รอยต่อ
นายลวรณ กล่าวย้ำว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณในการดูแลสวัสดิการ เนื่องจากเรื่องวงเงินในกองทุนเป็นเพียงเทคนิคการบริหารจัดการเงินหลังบ้านของหน่วยงานรัฐเท่านั้น พร้อมการันตีว่าผู้มีสิทธิทุกคนจะยังคงได้รับสวัสดิการในเดือน เม.ย. และงวดต่อๆ ไปตามสิทธิอย่างแน่นอน โดยจะไม่มีการสะดุดหรือหยุดชะงักของโครงการแต่อย่างใด





