วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' เผยรัฐบาลขยับราคาดีเซล 18 มี.ค.69 ยันขึ้นไม่เกินลิตรละ 1 บาท หลังขยับเพดานตรึงราคา 33 บาท/ลิตร

'พิพัฒน์' เผยรัฐบาลขยับราคาดีเซล 18 มี.ค.69 ยันขึ้นไม่เกินลิตรละ 1 บาท หลังขยับเพดานตรึงราคา 33 บาท/ลิตร

วันนี้ (17 มี.ค.69)  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ปัญหาพลังงานโดยเฉพาะการพยุงราคาน้ำมันดีเซล ว่าเมื่อวันที่ 16 มี.ค.69 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องหารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็ขอให้ทางกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า เรายังมีน้ำมันใช้อยู่จริงหรือไม่ เพราะบางปั๊มมีปิด มีน้ำมันไม่พอ ซึ่งทางกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)ยืนยันว่า เรายังมีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 96 วัน (ตัวเลข ณ วันที่ 16  มี.ค.69 ที่ผ่านมา)  

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่บางปั๊มน้ำมันหมด เนื่องจากการขนส่งไม่ทัน รวมถึงปั๊มหลอด หรือปั๊มขนาดเล็กที่ไม่มีบริษัทแม่ส่งน้ำมันให้รวมกันแล้วมี 20,000 แห่งน้ำมันหมด ประชาชนจึงแห่มาเติมปั๊มน้ำมันในเมืองจนเป็นภาพอย่างที่เห็น หรือปั๊มบางแห่ง อาจจะขาดน้ำมันเพียงแค่บางตัวเท่านั้น ไม่ใช่ขาดทั้งหมด โดยแนวทางแก้ปัญหาตรงนี้จะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ในวันเดียวกันนี้ ว่ามาตรการต่อจากนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง

“ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแน่นอน ขณะนี้เรายังมีน้ำมันนอกอ่าวไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ได้เซ็นสัญญาต่อเรียบร้อยแล้ว และพยายามหาจากแหล่งอื่นมาเพิ่มเติม รวมถึงการเจรจากับประเทศรัสเซียด้วย” นายพิพัฒน์ กล่าว

เมื่อถามถึงมาตรการตรึงราคาน้ำมัน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราจะมีการประชุมเย็นวันนี้ ซึ่งแน่นอนบอกได้เลยว่า ในวันที่ 18 มี.ค.69 เราจะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ซึ่งราคาน้ำมันเบนซินมีการขยับราคามาแล้ว ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนน้ำมันดีเซลจะขยับราคาตั้งแต่เช้าวันที่ 18  มี.ค.69 นี้ แต่จะขยับกี่สตางค์นั้น โดยจะมีการกำหนดเพดานราคาดีเซลไว้ไม่เกินประมาณ 33 บาทต่อลิตรจากเดิมที่ 29.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเพดานราคาใหม่ถือว่ายังต่ำกว่ารัฐบาลเดิมที่ตอนนั้นขึ้นไปใกล้ระดับ 35 บาทต่อลิตร 

นอกจากนี้ จะมีการปรับสูตร โดยเราจะมีน้ำมัน E 10 E 20 และ E 85 ซึ่งก็คงเห็นโครงสร้างราคาอยู่แล้วว่าน้ำมันE 10 ราคาจะสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ในการผสมน้ำมัน B 100 เราจะมีน้ำมันดีเซล B 7 , B10 และ B20 ซึ่งโครงสร้างราคาจะคล้ายกันกับน้ำมันเบนซิน ซึ่งในส่วนของน้ำมันดีเซลB 20 เราต้องมานั่งดูว่าราคาต้องลบจากราคาน้ำมันB7 กี่บาท ดังนั้นเมื่อโครงสร้างเป็นแบบนี้น้ำมันB20 เราอาจจะส่งให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง รวมถึงภาคการเกษตรตรงนี้ถือเป็นการช่วยภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเราประมาณการว่าน้ำมันบี 20 ต้องลบจากน้ำมันB 7 ประมาณ 4-5 บาท ซึ่งจะสรุปในที่ประชุมศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ในเย็นวันเดียวกันนี้

เมื่อถามต่อว่าในส่วนของกองทุนน้ำมันจะต้องมีการกู้เงินหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แน่นอนว่ากองทุนน้ำมันปัจจุบันเราติดลบ 12,000 กว่าล้านบาท ตัวเลข ณ วันที่ 16 มี.ค.69 ที่ผ่านมา  ซึ่งก็มีการพูดคุยกันเมื่อวันที่ 16 มี.ค.69 ที่ผ่านมา โดยนายกฯ ร่วมประชุมด้วยว่ากองทุนน้ำมันจะใช้เกิน  40,000 ล้านบาทไม่ได้ เราจะต้องหาวิธีการแก้

ถ้า นายอนุทิน ได้รับการโหวตนายกฯในวันที่ 19 มี.ค.69 นี้ หลังจากนั้นรอโปรดเกล้าฯ และนำเสนอรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ และมีการตรวจสอบประวัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ ขั้นตอนจากนั้นจะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ และครม.นโยบายต่อรัฐสภา ครม. ชุดใหม่จึงจะทำงานได้

ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถเซ็นค้ำประกัน  เนื่องจากการกู้เงินในขณะนี้เท่าที่พูดคุยกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน เราคงอั้นได้แค่ประมาณ 40,000 ล้านบาท แต่ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน แต่ถ้ารัฐบาลใหม่มาไม่ทันจริงๆ รัฐบาลชุดปัจจุบัน คงจะต้องทำเรื่องไปขอกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้เป็นกรณีพิเศษ ถือเป็นกระบวนการที่สุดวิสัยจริงๆ ถ้าไม่ทัน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์