‘เอกนิติ’ นำทีมศบก.แถลงข่าวร่วมกับผู้ค้าน้ำมันทุกราย ยืนยันปริมาณน้ำมันในประเทศเพียงพอ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก สั่งกระทรวงพลังงานเร่งช่วยแก้ไข การขนส่งน้ำมันให้เร็วขึ้น ป้องกันปัญหาน้ำมันหมดปั๊ม
15 มี.ค.2569 ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่อาคารรัฐสภา ว่าในการประชุมวันนี้ที่ประชุมรับทราบจากกระทรวงต่างประเทศได้รายงานว่า สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมีความรุนแรงอยู่ ส่วนในเรื่องน้ำมันในประเทศ วันนี้ทางกระทรวงพลังงานยืนยันว่า น้ำมันดิบ ยังสามารถบริหารจัดการได้และมีเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน
นอกจากนี้ วันนี้นายกฯได้เชิญผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศ เช่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผู้แทนของภาคเอกชน ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ที่เป็นผู้บริหารที่เกี่ยวกับดูแลเรื่องปั๊มต่างๆ ในประเทศไทยทั้งหมดเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความกังวลเรื่องความพอเพียงของน้ำมันในประเทศ ซึ่งทุกคนยืนยันว่า น้ำมันยังเพียงพอตามที่กระทรวงพลังงานได้ประกาศไป ส่วนน้ำมันหน้าปั๊มยังมีเพียงพอให้ประชาชนได้ใช้ ไม่ต้องเป็นกังวล
“อยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า น้ำมันมีเพียงพอแน่นอน สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ได้มาแลกเปลี่ยนเรื่องปัญหาว่า ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่า ราคาและน้ำมันถึงมีไม่เพียงพอ โดยได้ให้ไปชี้แจงในเรื่องการสื่อสารและให้ไปดูแลในเรื่องของการขนส่ง เพราะสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางอาจจะทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนกเลยไปเกิดการเร่งซื้อกักตุนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้มีบางปั๊มไม่ได้สำรองน้ำมันไว้ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งกระทรวงพลังงานจะรับไปบริหารจัดการให้เพียงพอ ให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่ามันไม่ได้ขาด” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า เราได้เตรียมน้ำมันดิบเพียงพอที่จะเอามากลั่นที่ประเทศไทยเพื่อจะกระจายไปให้กับผู้ค้าน้ำมัน ที่จะออกมาเป็นเบนซินหรือดีเซลตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ให้เพียงพอ ซึ่งวันนี้ได้มีการหารือถึงวิธีการบริหารจัดการ
เนื่องจากในช่วงนี้อาจจะมีความกังวลว่า มันอาจจะขาดแคลนทุกคนเลยไปกักตุนน้ำมันไว้ก่อนทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้ำมันต่างๆ ตามปั๊มต่างๆ น้อยกว่าปกติ วันนี้เรามีข้อสรุปให้กระทรวงพลังงานอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้าเพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันตามปั๊มต่างๆมีเพียงพอจะได้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการของประชาชนที่ขณะนี้อาจจะมีความกังวล อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องของมันมีเพียงพอให้กับประชาชนแน่นอน
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทย ข้อมูลปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจ สต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง 589 ถัง
มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้รวมกันคิดเป็น 39 วัน
ขณะเดียวกันมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้นอีก 27 วัน และน้ำมันที่จัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน รวมขั้นต่ำสุดจะมีน้ำมันอยู่ที่ 96 วัน ยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศแน่นอน ส่วนที่ประชาชนไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทำให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจึงเกิดปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้มีความเพียงพอไม่ขาดแคลน ส่วนภาคอุตสาหกรรม ทางนายกฯได้สั่งการให้นัดหารือกับกลุ่มผู้ค้า ในการที่จะไปดูว่าน้ำมันจะไปภาคอุตสาหกรรมด้วยวิธีไหนในเงื่อนไขที่ยุติธรรม
นายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดหาน้ำมันดิบของปตท. มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งมีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต สามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการหาแหล่งน้ำมันอื่นๆจากอเมริกา แอฟริกาตะวันตก รวมถึงลาตินอเมริกา จึงยืนยันได้ว่าเราหาได้พอเพียง และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโครงการของปตท. มีกำลังการผลิตทั้งหมด 60% ของประเทศยังทำงานได้อย่างเต็มที่มีน้ำมันพอเพียง และมีน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสต๊อกให้ภายในประเทศให้ได้ใช้ต่อไป
ด้านผู้ประกอบการน้ำมันในประเทศไทย ทั้ง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ คาลเทกซ์ ซัสโก้ ที่ร่วมแถลงข่าวในวันนี้ต่างแถลงยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ค้ามีทุกรายมีน้ำมันมีเพียงพอในการให้บริการประชาชนอย่างแน่นอน และพร้อมประสานกับทางรัฐบาลเพื่อให้มีการให้บริการน้ำมันกับประชาชนอย่างเพียงพอ





