การเปลี่ยนผ่านผู้นำของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อมีการประกาศชิงตำแหน่ง 2 คน สำหรับวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี (2569–2571) แทนนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ซึ่งครบวาระในเดือน มี.ค.2569 หลังจากทำหน้าที่มา 4 ปี รวม 2 วาระ
สำหรับผู้ประกาศตัวลงชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ครั้งนี้มี 2 คน ประกอบด้วย
1.นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้ง อินดัสตรี จำกัด
2.นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท. และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG
การเลือกประธานคนใหม่ที่ผู้เสนอตัว 2 คน ทำให้มีการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ความวุ่นวายใน ส.อ.ท. โดยเฉพาะในการเมือกตั้งเมื่อปี 2557 ที่มีความขัดแย้งรุนแรงและมีการฟ้องร้องเป็นคดีความ
สำหรับ ส.อ.ท.ถือเป็นองค์กรของภาคธุรกิจที่รวมตัวสมาชิกในภาคการผลิต มีบทบาทในการนำเสนอความเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจต่อรัฐบาล ในระดับเดียวกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งเป็น 1 ใน 3 องค์กรของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
ในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา การเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.หลายครั้งที่มีการแข่งขันกันระหว่างสมาชิก 2 กลุ่ม โดยการเลือกตั้งในบางครั้งทำให้ผู้ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งต้องลดบทบาทใน ส.อ.ท และกรุงเทพธุรกิจได้รวบรวมการแข่งขันในรอบ 20 ปี ประกอบด้วย
ปี 2549 มีการแข่งขันกัน 2 กลุ่ม คือ นายสันติ วิลาสศักดานนท์ รองประธาน ส.อ.ท.จากเครือสหพัฒน์ แข่งขันกับนายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ รองประธาน ส.อ.ท.จากกลุ่มเอกรัฐวิศวกรรม ซึ่งเป็นนายสันติ ที่ชนะและได้เป็นประธานต่อเนื่อง 2 สมัย ในปี 2549-2553
ปี 2553 มีการชิงกัน 2 กลุ่ม คือ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธาน ส.อ.ท.ที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทร่วมทุนของ SCG ในธุรกิจเหล็ก
อีกกลุ่มเป็นนายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธาน ส.อ.ท.ตัวแทนจากฮอนด้า และนายสุรพร สิมะกุลธร รองประธาน ส.อ.ท.ตัวแทนจากกลุ่มกุลธรเคอร์บี้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
แต่ก่อนการเลือกตั้งมีการประเมินคะแนนแล้วสู้นายพยุงศักดิ์ไม่ได้จึงได้มีการถอนตัว และได้ลดบทบาทใน ส.อ.ท.ลง
ปี 2557 เป็นการเลือกตั้งหลังจากผ่านความวุ่นวายใน ส.อ.ท.ถึงขั้นเสนอชื่อถอดถอนประธาน ส.อ.ท.และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายได้เข้าสู่การเลือกตั้ง มีผู้เสนอชื่อ 2 คน คือ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธาน ส.อ.ท.จากกลุ่มพริกไทยง่วนสูน (พริกไทยตรามือ) และนายนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน ส.อ.ท.จากกลุ่มซินเน็ค
ปี 2559 นายเจน นำชัยสิริ รองประธาน ส.อ.ท.จากกลุ่มเอเซียไฟเบอร์ เป็นประธานคนใหม่แบบไม่มีคู่แข่ง แต่นายเจนเลือกที่จะเป็นประธานวาระเดียว เพื่อเปิดทางให้นายสุพันธุ์ ลงสมัครประธานอีกครั้ง
ปี 2561 นายสุพันธุ์ กลับมาลงสมัครอีกครั้งและได้เป็นประธานอีก 2 วาระ ตั้งแต่ปี 2561-2565
ปี 2565 นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธาน ส.อ.ท.ได้รับการสนับสนุนจากนายสุพันธุ์ และได้รับเลือกเป็นประธาน ส.อ.ท.
ปี 2567 ความขัดแย้งภายใน ส.อ.ท.ทำให้มีการชิงตำแหน่ง 2 กลุ่ม จากปกติที่มักจะให้ประธาน ส.อ.ท.ได้ดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง 2 วาระ โดยนายเกรียงไกร ชิงตำแหน่งกับนายสมโภชน์ อาหุนัย รองประธาน ส.อ.ท. และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) หรือ EA
แหล่งข่าวจาก ส.อ.ท.กล่าวว่า ในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา มีการแข่งขันชิงประธาน ส.อ.ท.อย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่มีผลการแข่งขันออกมามีผู้แพ้จะลดบทบาทในองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องสูญเสียคนเก่งไป ซึ่งต่างจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่มีวัฒนธรรมในการสืบทอดตำแหน่งค่อนข้างราบรื่น
“ประธานหอการค้าจะถูกวางตัวไว้ล่วงหน้า 1 ปี และทำงานควบคู่กับประธานคนปัจจุบันก่อนขึ้นรับตำแหน่ง ต่างจาก ส.อ.ท.ที่มักมีการแข่งขันดุเดือดหลายครั้ง” แหล่งข่าว กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจ
สำหรับการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค.2569 ซึ่งจะได้กรรมการชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจากสมาชิกทั่วประเทศ มารวมกับกรรมการที่มีสัดส่วนมาจากกลุ่มอุตสาหกรรม จะทำให้รู้ว่าการประชุมใหญ่ใครจะได้เป็นประธานคนใหม่
กลยุทธ์ ผลักดันแนวคิดยกระดับ SME
การแข่งขันครั้งมีมีการเปิดตัวมาแล้วประมาณ 6 เดือน โดยทั้งนายชนะและนายอภิชิต ต่างหาเสียงด้วยนโยบายสนับสนุน SME โดยนายอภิชิต ที่ทำหน้าที่ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) ซึ่งถูกวางตัวให้ดูแล SME มาตั้งแต่ต้น
ที่ผ่านมา นายอภิชิต นำเสนอแนวคิดที่ SME เป็นเหมือนเส้นเลือดฝอยที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทำให้ SME มีความเข้มแข็ง
ในขณะที่นายชนะ ร่วมเวทีของ SCG เพื่อนำเสนอแนวทาง Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEsมุ่งพลิกโฉม SMEs ดันเศรษฐกิจไทยไม่หยุด เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569 ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดตัวต่อเวทีสาธารณะของนายชนะ ที่มีการนำเสนอแนวทางการยกระดับภาคอุตสาหกรรมและ SME
หลังจากนั้น นายชนะ มีการนำเสนอแนวคิดเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย เช่น การปกป้องตลาดในประเทศ การลดต้นทุนพลังงานและขนส่ง
บิ๊กคอร์ปผนึกบริษัทลูกลงคะแนนเสียง
ในอดีตที่ผ่านมาในช่วงก่อนการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา สมาชิกที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีบริษัทลูกกระจายอยู่ทั่วประเทศ จะกำหนดท่าทีในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ปตท. เครือสหพัฒน์ เครือซีพี และ SCG ซึ่งการเลือกตั้งในอดีตจะมีการหารือกับบิ๊กคอร์ปเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียง
การที่นายชนะ ที่เคยมีบทบาทสำคัญในธุรกิจซีเมนต์ของ SCG และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG จึงปฏิเสธไม่ได้ถึงการได้รับการสนับสนุนจาก SCG ซึ่งเป็นการชิงตำแหน่งประธานอีกครั้งของผู้ที่ SCG สนับสนุน
นับตั้งแต่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รับตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ช่วงปี 2553-2567 SCG ไม่ได้ส่งผู้แทนมาชิงตำแหน่งประธาน แต่ร่วมเป็นกรรมการ ส.อ.ท.รับหน้าที่ในหลายสายงาน เช่น กฎหมาย เลขาธิการ นายทะเบียน รองประธาน รวมถึงมีบทบาทในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก
นายพยุงศักดิ์ นายพยุงศักดิ์ เปรียบเสมือนเป็นผู้แทนจาก SCG ขึ้นมาเป็นประธาน ส.อ.ท. โดยเคยเป็นผู้บริหารที่ SCG ส่งไปเป็นผู้บริหารบริษัทสยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จํากัด ซึ่งเป็นการร่วมทุรระหว่าง SCG กับ นิปปอนสตีล
นายทะเบียนคุมหัวใจสำคัญของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะเป็นหน้าที่ของนายทะเบียน ส.อ.ท.ในการตรวจสอบจำนวนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท.ซึ่งประธานและละสมัยจะเลือกนายทะเบียนที่ไว้ใจ รวมถึงในบางช่วงมีนโยบายการเพิ่มจำนวนสมาชิก ส.อ.ท.
ในปี 2563 นายสุพันธุ์ ที่เข้ารับตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.สมัยที่ 3 มีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้ามาเป็นสมาชิก ส.อ.ท.โดยมีเป้าหมายให้มีจำนวนสมาชิกรวม 20,000 ราย
ขณะที่ก่อนการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.ในปี 2569 เกิดข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการสมัครเป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. โดยได้มีสมาชิกร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในกรณีที่มีการแก้ไขข้อมูลในใบสมัครสมาชิก ส.อ.ท.ในส่วนผู้แทนของบริษัทที่จะเป็นผู้กระทำการแทนในฐานะสมาชิก
สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้สมัครสมาชิกจากจังหวัดลำปางที่พบชื่อบุคคลที่ไม่รู้จักในระบบทะเบียนสมาชิกและได้แจ้งต่อ ส.อ.ท.ในเดือน ก.ย.2568 และจากนั้น ส.อ.ท.ได้มีการแก้ไข
นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ได้ชี้แจงต่อ ส.อ.ท.เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 ระบุการสมัครเป็นสมาชิก ส.อ.ท.มีการรับสมัครโดยสถาบัน SMI ดำเนินการตรงกับสมาชิก ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปางได้ให้ข้อมูลกับตำรวจเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารในส่วนการเพิ่มชื่อผู้แทนบริษัท
การประชุมสามัญประจำปี 2569 ในวันที่ 30 มี.ค.2569 เลือกตั้งคณะกรรมการ ส.อ.ท.วาระปี 2569-2571 จะเป็นการเลือกตั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการช่วงชิงกันทั้ง 2 กลุ่ม ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธาน ส.อ.ท.คนใหม่





