วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ เผย เดือนก.พ. 69 จดทะเบียนธุรกิจใหม่ 7,219 ราย ต่างชาติลงทุนไทย 3หมื่นกว่าล้านบาท

พาณิชย์ เผย เดือนก.พ. 69 จดทะเบียนธุรกิจใหม่ 7,219 ราย ต่างชาติลงทุนไทย 3หมื่นกว่าล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่  เดือน ก.พ. จำนวน 7,219 ราย ทุนจดทะเบียน 14,701 ล้านบาท รวม 2 เดือน 15,637 ราย ทุนจดทะเบียนสะสม 39,077 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติลงทุนไทย130 ราย เงินลงทุน 30,650 ล้านบาท รวม 2 เดือนกว่า 243 ราย เงินลงทุนทะลุ 6.4 หมื่นล้าน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,219 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมกราคม 2569 (8,418 ราย) ลดลง 1,199 ราย คิดเป็น 14.24% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนกุมภาพันธ์ 2568 (7,529 ราย) ลดลง 310 ราย คิดเป็น 4.12%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 14,701 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมกราคม 2569 (24,376 ล้านบาท) ลดลง 9,675 ล้านบาท คิดเป็น 39.69% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนกุมภาพันธ์ 2568 (16,335 ล้านบาท) ลดลง 1,634 ล้านบาท คิดเป็น 10%

ทั้งนี้ มีนิติบุคคล 1 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท คือ บริษัท เซ็นทรัล เซ็นทรัล จำกัด มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ศูนย์แสดงสินค้า อาคารสำนักงาน พื้นที่ทำงาน โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม โรงภาพยนตร์ รวมถึงการให้เช่าพื้นที่ภายในและภายนอกของอาคารและสถานที่ดังกล่าว

สำหรับการจัดตั้งใหม่ช่วง 2 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มีจำนวน 15,637 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (16,391 ราย) ลดลง 754 ราย คิดเป็น 4.60%   ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 2 เดือน สะสมอยู่ที่ 39,077 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (41,285 ล้านบาท) ลดลง 2,208 ล้านบาท คิดเป็น 5.35%

เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ 2. ธุรกิจภัตตาคาร และธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอาง

พาณิชย์ เผย เดือนก.พ. 69 จดทะเบียนธุรกิจใหม่ 7,219 ราย ต่างชาติลงทุนไทย 3หมื่นกว่าล้านบาท

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวน 873 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมกราคม 2569 (1,252 ราย) ลดลง 379 ราย คิดเป็น 30.27% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 (787 ราย) เพิ่มขึ้น 86 ราย คิดเป็น 10.93%

ด้านทุนจดทะเบียนเลิก อยู่ที่ 2,533 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมกราคม 2569 (13,267 ล้านบาท) ลดลง 10,734 ล้านบาท คิดเป็น 80.91% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 (2,416 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 117 ล้านบาท คิดเป็น 4.83%

การจดทะเบียนเลิก ช่วง 2 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มีจำนวน 2,125 ราย ลดลง 93 ราย คิดเป็น 4.19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (2,218 ราย)  ทุนจดทะเบียนเลิก 2 เดือน สะสมอยู่ที่ 15,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,783 ล้านบาท คิดเป็น 125% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (7,017 ล้านบาท)

ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,065,715 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.11 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 980,550 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.62 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 533,080 ราย ทุนจดทะเบียน 13.81 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 321,165 ราย ทุนจดทะเบียน 2.63 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 126,305 ราย ทุนจดทะเบียน 7.18 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.37%, 32.75% และ 12.88% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติในไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 130 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 107 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 30,650 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ

ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 243 ราย เพิ่มขึ้น 62 ราย คิดเป็น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (181 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 47 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของ  คนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 196 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,152 ล้านบาท คิดเป็น 83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (35,277 ล้านบาท)

 

 ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 48 ราย คิดเป็น 20% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 1,265 ล้านบาท 2. จีน 42 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 11,796 ล้านบาท 3. ญี่ปุ่น 41 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 18,886 ล้านบาท 4. สิงคโปร์ 27 ราย คิดเป็น 11% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 17,218 ล้านบาท และ 5. ฮ่องกง 20 ราย คิดเป็น 8% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,338  ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 65 ราย คิดเป็น 27% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 9,926 ล้านบาท

 

ส่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 81 ราย คิดเป็น 33%  ของนักลงทุนต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้น 24 ราย คิดเป็น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (57 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 29,826 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 29 ราย เงินลงทุน 11,226 ล้านบาท ญี่ปุ่น 14 ราย เงินลงทุน 3,313 ล้านบาท สิงคโปร์ 12 ราย เงินลงทุน 7,415 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 26 ราย เงินลงทุน 7,872 ล้านบาท