วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

ครบรอบ 60 ปี ‘กรุงไทย’ ย้อนบทบาท ‘ดร.สถิตย์’ วางยุทธศาสตร์รีแบรนด์-ดันเทคโนโลยี ปูรากฐานเติบโต

ครบรอบ 60 ปี ‘กรุงไทย’ ย้อนบทบาท ‘ดร.สถิตย์’ วางยุทธศาสตร์รีแบรนด์-ดันเทคโนโลยี ปูรากฐานเติบโต

วันที่ 14 มีนาคมปีนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ครบรอบการดำเนินงาน 60 ปี ถือเป็นธนาคารที่ได้รับการยอมรับในการดำเนินงานทั้งจากในประเทศ และระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในวาระครบ 60 ปีของธนาคารกรุงไทย ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะอดีตประธานกรรมการธนาคารกรุงไทยได้ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” เพื่อบอกเล่าถึงบทบาทการวางนโยบาย และยุทธศาสตร์ให้กับธนาคารกรุงไทยในช่วงเวลาประมาณ 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง

ดร.สถิตย์เล่าว่าได้เป็นประธานบอร์ดกรุงไทยตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 - 6 เมษายน 2556 โดยตอนแรกที่เข้าไปรับตำแหน่งธนาคารกรุงไทยยังเน้นการทำธุรกิจในต่างจังหวัด และมีลูกค้าเป็นกลุ่มภาครัฐเป็นหลัก ทั้งข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ ภาพลักษณ์ของธนาคารกรุงไทยในขณะนั้นเป็นธนาคารที่ดูแลลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก ดังนั้นยุทธศาสตร์แรกที่ตนได้วางไว้คือการขยายพื้นที่การทำธุรกิจเข้ามายังกรุงเทพมหานครและเพิ่มน้ำหนักไปที่กลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน

โดยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเพื่อตอบสนองลูกค้าในเมืองหลวงที่มีความต้องการต่างออกไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเน้นย้ำคือเรื่องทัศนคติ โดยสิ่งที่มีการหารือกันในบอร์ดขณะนั้นคือเรื่องการสร้างหัวใจในการบริหารให้กับพนักงานเพื่อรองรับการขยายงานของธนาคารที่เพิ่มขึ้นในขณะนั้น

 

“สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการสร้างจิตใจในการบริการ ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วคนกรุงไทยมีจิตใจในการให้บริการอยู่แล้ว เพียงแต่ขณะนั้นไม่ได้เพิ่มทักษะในการให้บริการภาคธุรกิจและลูกค้าในเมืองหลวงเข้ามาเพื่อให้สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น” ดร.สถิตย์ระบุ

นอกจากนั้นเพื่อให้สังคมได้รับรู้ในมิติใหม่ของกรุงไทยชัดเจนขึ้น ในขณะนั้นจึงตัดสินใจเดินหน้าเรื่องการรีแบรนด์ (Rebranding) โดยเริ่มจากการปรับภาพลักษณ์ของตู้ ATM และสาขาต่างๆของธนาคารให้ทันสมัย แม้จะมีเสียงสะท้อนจากฝ่ายบริหารเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ แต่ตนเองเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์นี้ โดยได้ให้เหตุผลว่าแม้การรีแบรนด์จะมีค่าใช้จ่าย แต่ผลที่เกิดขึ้นจากการรีแบรนด์จะมีรายได้กลับมามากกว่าค่าใช้จ่ายหลายเท่า เพราะการที่เราได้ลูกค้าธุรกิจเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ของแบรนด์ใหม่ ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มเติมเข้ามามากขึ้น

ดร.สถิตย์ยังเล่าด้วยความภูมิใจว่าหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่กลายเป็นเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบันคือการเลือกสีประจำธนาคาร จากเดิมที่ธนาคารมีการใช้สีฟ้า แต่มีสีอื่นปะปนจนไม่ชัดเจน ซึ่งตนเองได้เป็นคนเลือกสีฟ้าที่โดดเด่นเพียงสีเดียว ซึ่งในช่วงแรกผู้บริหารบางท่านถึงกับพูดกันภายในว่าสีฟ้าที่ใช้คือ “สีฟ้าสถิตย์” โดยได้กำชับให้ฝ่ายบริหารเร่งปรับเปลี่ยนสีของทุกสาขา และตู้ ATM ของธนาคารให้เป็นสีเดียวกันทั่วประเทศเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ที่ใครเห็นสีฟ้านี้แล้วรู้ว่านี่คือ “กรุงไทย” และต้องเป็นสีฟ้าเดียวกันเท่านั้น

นอกจากภาพลักษณ์ภายนอก ดร.สถิตย์กล่าวว่าในสมัยที่เป็นประธานบอร์ดได้ให้นโยบายในการมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้วยการริเริ่มนโยบายการให้บริการ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (Internet Banking) เป็นรายแรกๆ โชคดีที่มีผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้อยู่แล้ว ทำให้ภาพลักษณ์ความทันสมัยชัดเจน และได้มีการคัดเลือกพรีเซนเตอร์มาเป็นตัวแทนในการโปรโมท Internet Banking ของธนาคาร ซึ่งตนเองได้ตัดสินใจเลือก “วูดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา มาเป็นพรีเซนเตอร์เพราะมีบุคลิกที่ชัดเจนในเรื่องของความทันสมัย มีชีวิตชีวา และมีพลังมากกว่า

ขณะที่ในด้านบทบาทต่อสังคม ดร.สถิตย์กล่าวว่าตนเองได้ช่วยวางตำแหน่งของกรุงไทยไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นธนาคารพาณิชย์ที่รัฐถือหุ้นใหญ่ จึงต้องมีหน้าที่ดูแลสังคมควบคู่ไปกับการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ด้วย โดยในขณะนั้นได้มีการสร้างแคมเปญโฆษณาที่เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ภายใต้แนวคิดที่ว่า ธนาคารกรุงไทยไม่เพียงแต่ให้ปลาเท่านั้น แต่ให้คันเบ็ดเพื่อที่จะไปหาปลาด้วย เปรียบเสมือนว่าต้องสอนให้จับปลา และให้เครื่องมือในการจับปลาเพื่อให้คนที่เป็นลูกค้าของธนาคารสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ในขณะนั้นแนวคิดนี้ที่ธนาคารได้สื่อสารออกไปผ่านโฆษณาได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลทำให้หลายหน่วยงานตื่นตัวเรื่องการทำโครงการความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) “Corporate Social Responsibility” และการก้าวไปสู่การเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)

“การทำงานของผมในช่วงนั้นจึงเป็นการเน้นหนักไปที่งานเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายให้กับธนาคารกรุงไทย ซึ่งผมเชื่อว่ารากฐานเหล่านี้ได้รับการสานต่อ สืบทอด ช่วยให้ธนาคารเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน” ดร.สถิตย์ กล่าวทิ้งท้าย

ในช่วง 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดธนาคารกรุงไทยของดร.สถิตย์ การเติบโตของธนาคารกรุงไทยยังสะท้อนผ่านการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของธนาคารกรุงไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าราคาหุ้นของธนาคารกรุงไทย ได้เพิ่มจากระดับราคา 8.30 บาทต่อหุ้นในวันที่ 2 ก.ค.ปี 2552 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 24.10 บาทต่อหุ้น ณ วันที่ 9 เม.ย.2556