แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ยังคงเดินหน้าตามกรอบเวลาเดิม แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะสร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงานโลก โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นและยังไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทำแผนไฟฟ้าระยะยาวของประเทศไทย
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ PDP ฉบับปี 2026 เนื่องจากแผนดังกล่าวเป็นการวางกรอบยุทธศาสตร์พลังงานไฟฟ้าในระยะยาวถึง 25 ปี
การจัดทำแผน PDP จะพิจารณาจากแนวโน้มโครงสร้างเศรษฐกิจ พฤติกรรมการใช้พลังงาน และเทคโนโลยีในระยะยาวเป็นหลัก ดังนั้นปัจจัยที่เกิดขึ้นในระยะสั้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความผันผวนของราคาพลังงานโลก จึงยังไม่ใช่เหตุผลที่ต้องปรับเปลี่ยนแผนในภาพรวม
“ต้องเข้าใจก่อนว่า PDP เป็นแผนระยะยาวถึง 25 ปี เหตุการณ์ระยะสั้นจึงยังไม่มีประเด็นที่จะทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนทั้งระบบ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เพราะแผนใช้ค่าเฉลี่ยระยะยาวเป็นหลัก และสามารถปรับจูนได้ตามความเหมาะสมในภายหลัง”
เดินหน้าทำ Load Forecast ใหม่
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ ล่าสุด สนพ.ได้ดำเนินการจัดทำ ค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า (Load Forecast) ฉบับใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนด้านโรงไฟฟ้าและโครงสร้างระบบไฟฟ้าในอนาคต
ขั้นตอนถัดไปจะนำค่าพยากรณ์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการ Focus Group ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนมี.ค. 2569 นี้ โดยจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเข้าร่วมพิจารณา
เป้าหมายของการทำ Focus Group คือเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบและยอมรับตัวเลขพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า ว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน และไม่สูงเกินจริง หรือ Over Forecast ก่อนที่จะนำไปใช้เป็นฐานในการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าและการลงทุนโรงไฟฟ้าในขั้นตอนถัดไป
ใช้กรอบเศรษฐกิจจากสภาพัฒน์ฯ
นายวัฒนพงษ์ระบุว่า เกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการจัดทำแผน PDP ปัจจุบันยังคงอิงกับเส้นพยากรณ์เศรษฐกิจล่าสุดของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งได้จัดทำไว้เมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา
ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นฐานในการประเมินแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และการใช้พลังงานในภาคส่วนต่างๆ เพื่อกำหนดระดับความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต
“แผนงานในภาพรวมยังคงเดินหน้าต่อไปตามปกติ โดยต้องรอให้ตัวเลข Load Forecast ได้รับความเห็นชอบก่อน จึงจะเริ่มจัดแผนเรื่องโรงไฟฟ้าอีกครั้ง”
คาดเสร็จ พ.ค. ก่อนเปิดรับฟังความเห็น
ในด้านกรอบเวลา สนพ.คาดว่า แผน PDP 2026 จะจัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จภายในช่วง เดือนพ.ค. 2569 จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ
หลังจากผ่านการพิจารณาในระดับคณะอนุกรรมการแล้ว แผนดังกล่าวจะถูกนำมา เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามขั้นตอน ก่อนที่จะเสนอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณา และนำเสนอ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่ออนุมัติต่อไป
แผนใหม่รับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
นายวัฒนพงษ์ กล่าวว่า แผน PDP 2026 ได้มีการปรับปรุงรายละเอียดใหม่เกือบทั้งหมด เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากอดีตอย่างมาก รวมถึงรูปแบบการใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานที่เปลี่ยนไป โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาคำนวณในแผน PDP ฉบับใหม่ ได้แก่
- การเติบโตของ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
- การขยายตัวของ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
- ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ ศูนย์ข้อมูล (Data Center)
- โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง
- ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่ผลิตใช้เองหรือขายตรงให้ลูกค้า หรือ Independent Power Supply (IPS)
รวมถึงต้องคำนึงถึงเป้าหมายสำคัญของประเทศด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยไทยตั้งเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
การจัดทำแผน PDP 2026 จึงถูกมองว่าเป็น แผนไฟฟ้าฉบับสำคัญ ที่จะกำหนดทิศทางโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า เพื่อรองรับทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีใหม่ และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ





