EGCO Groupกางแผนการดำเนินธุรกิจปี2569เดินหน้าปั้นพอร์ตไฟฟ้าและพลังงาน“มั่นคง สมดุล และยั่งยืน” ภายใต้กลยุทธ์ “POWER4”ย้ำความมั่นใจต่อการรับมือในสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือEGCO Group เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของEGCO Groupใน “ระดับที่จำกัด” เนื่องจากโครงการที่มีPPAค่าเชื้อเพลิงมีกลไกส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้า (Off-taker)ในขณะที่โครงการ ที่ขายไฟฟ้าในPool Marketค่าไฟฟ้าจะสะท้อนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมีการสำรองเชื้อเพลิงที่เพียงพอและมีระบบขนส่งที่ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางความขัดแย้งโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่หยุดชะงัก รวมทั้งบริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio)ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า (Renewable & Conventional)และธุรกิจอื่น ๆ ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง
EGCO Groupยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก แม้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก แต่พื้นฐานของEGCO Groupยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ
“EGCO Groupเชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ ”POWER4“จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน พร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง3ระยะ และมีความเชื่อมั่นในพลังONE EGCOที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาสEGCO Groupไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้างONE GOALคือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป”
ทั้งนี้ ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ ๆ ทำให้เราต้องมีความยืดหยุ่นอย่างแข็งแกร่งในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยEGCO Groupได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ “POWER4”ซึ่งประกอบด้วยภารกิจหลัก4ด้าน ได้แก่ Profitability and Performance Energizingเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
Power and Energy-related Focusเน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของธุรกิจData Centerตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
Portfolio Optimizationบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ผ่านกระบวนการAsset Recyclingที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและสร้างผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคต รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในสหรัฐอเมริกา
Proactive Organization Excellenceปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการทำงานเชิงรุกด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
นอกจากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ “POWER4”แล้ว ในเรื่องของการบริหารจัดการองค์รEGCO Groupจะขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “ONE EGCO ONE GOAL”หนึ่งเดียวเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำงานเป็นTeamworkทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรเชิงรุก มุ่งสร้างเป้าหมายร่วมกัน พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามกรอบESGเพื่อความยั่งยืนขององค์กรและผลตอบแทนในอนาคต
ในปี2569 EGCO Groupเตรียมงบลงทุนไว้30,000ล้านบาท เพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่าน การลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว7ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของEGCO Groupและมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจData Center
นอกจากนี้EGCO Groupยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี2569ทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ในสหรัฐอเมริกาเป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้าPinnacle llและการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าLinden Cogenเป็น38%รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจData CenterและAIในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าQuezonภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่400เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานCDI Group
สำหรับการลงทุนในประเทศ มีความก้าวหน้าของโครงการRE Big Lotรอบที่2โดยEGCO Groupอยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)ซึ่งประกอบด้วยPPAกับ กฟผ. (SPP) 10โครงการ และPPAกับ กฟภ. (VSPP) 1โครงการ คาดว่าPPAทั้งหมดจะลงนามเรียบร้อยภายในไตรมาสที่2ปี2569และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี2570โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (SCOD)ในปี2571-2573
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบายDirect PPAที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจData Centerที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE)อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid)ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้าData Centerขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านั้นEGCO Groupยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply: IPS)และการขายไฟฟ้าผ่านDirect PPAเพื่อรองบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าData Centerในพื้นที่นิคมฯ ในอนาคตอีกด้วย





