วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘รัฐบาล’ ลุยแผนขยับราคาดีเซล รับวิกฤติตะวันออกกลาง - กองทุนน้ำมันติดลบหมื่นล้าน

‘รัฐบาล’ ลุยแผนขยับราคาดีเซล รับวิกฤติตะวันออกกลาง - กองทุนน้ำมันติดลบหมื่นล้าน

สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน และยังทรงตัวในระดับสูง ทำให้รัฐบาลยังใช้นโยบายตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ซึ่งการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในวันที่ 11 มี.ค.2569 อุดหนุนดีเซลถึงลิตรละ 16.97 บาท เพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับวันที่ 27 ก.พ.2569 ก่อนสหรัฐ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน 1 วัน กองทุนน้ำมัน อุดหนุนดีเซลเพียงลิตรละ 0.74 บาท

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มี.ค.2569 ถึงสถานการณ์ราคาพลังงาน โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ตรึงราคาดีเซลที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร ต่อเนื่อง 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 -17 มี.ค.2569 หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันตลาดโลกยังอยู่ระดับสูงทำให้สถานะของกองทุนน้ำมัน เริ่มติดลบเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2569 ติดลบ 786 ล้านบาท และหากอุดหนุนราคาดีเซลต่อเนื่องจะติดลบถึง 10,000 ล้านบาท ภายในวันที่ 18 มี.ค.2569 จึงต้องขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูป 

รวมถึงลดภาษีสรรพสามิต และพิจารณาออก พ.ร.ก.ผ่อนปรนให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเตรียมการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาเป็นผู้พิจารณา ซึ่งการออก พ.ร.ก.จะกำหนดให้มีหนี้เงินกู้เงินไม่เกิน 40,000 ล้านบาท

เตรียมขึ้นดีเซลหลังครบ 15 วัน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมใช้แนวทางดูแลราคาดีเซลหลังครบกำหนดตรึงราคา 15 วัน โดยจะทยอยขึ้นราคาดีเซล 2 บาทต่อลิตร จาก 29.94 บาท ไปสู่ระดับ 31.94 บาท เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมัน ควบคู่การใช้เครื่องมืออื่น เช่น การลดภาษีสรรพสามิต เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

ส่วนกลไกสุดท้ายอาจขอความร่วมมือโรงกลั่นน้ำมันให้ช่วยแบกรับภาระต้นทุน แต่ต้องพิจารณารอบคอบเพราะเมื่อราคาตลาดโลกปรับลดลง โรงกลั่นต้องแบกรับต้นทุนที่ซื้อล่วงหน้าไว้แพง และถ้าไม่ได้ข้อสรุปจะหามาตรการอื่น

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อครบกำหนดตรึงราคาดีเซล 15 วัน รัฐบาลยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ ดูแลราคาต่อ แม้สถานะกลับมาติดลบอีกหลังจากอุดหนุนมากกว่าวันละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งในอดีตเคยติดลบถึง 120,000 ล้านบาท ช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงมั่นใจว่ายังบริหารจัดการได้ควบคู่มาตรการอื่น

 

‘รัฐบาล’ ลุยแผนขยับราคาดีเซล รับวิกฤติตะวันออกกลาง - กองทุนน้ำมันติดลบหมื่นล้าน สำหรับราคาขายปลีกดีเซลอยู่ระดับเกือบ 30 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดือนต.ค.2568 ก่อนรัฐบาลเริ่มเข้ามาบริหารงานอยู่ที่ 31.94 บาท และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยขึ้นไปถึงเกือบ 35 บาท ดังนั้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีน้ำมันเป็นปัจจัยหลักจึงไม่ควรสูงขึ้นขณะนี้ และทางทฤษฎีควรลดราคาลงเมื่อเทียบกับราคาสินค้าช่วงเดือนต.ค.2568

ค้างหนี้ช่วงสงครามรัสเซีย 3 หมื่นล้าน

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า การรับมือสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ปี 2565 กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนราคาน้ำมันและ LPG ติดลบสูงสุด 132,671 ล้านบาท ในวันที่ 27 พ.ย.2565 ซึ่งทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกพ.ร.ก.ผ่อนปรนให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน วงเงินกู้ได้ไม่เกิน 150,000 ล้านบาท และปัจจุบันยังเหลือวงเงินกู้ได้ 20,000 ล้านบาท

ในขณะที่การชำระหนี้เงินกู้ให้สถาบันการเงินยังค้างอยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระครบในปี 2570

ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันฯ ทยอยใช้คืนเงินกู้สถาบันการเงินตั้งแต่ปี 2567 ปัจจุบันเหลือหนี้คงค้าง 30,000 ล้านบาท และมีกำหนดใช้คืนหนี้หมดในปี 2570 รวมทั้งมีการปรับเพดานราคาดีเซลจากระดับไม่เกิน 30 บาท เป็นระดับสูงสุดที่ 35 บาท

ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันระหว่างปี 2565-2567 รวม 9 ครั้ง เป็นการลดภาษีระหว่างลดลิตรละ 5.00-6.44 บาท ซึ่งส่งผลกระทบรายได้รัฐ 178,100 ล้านบาท

คาดน้ำมันหายไป 8.45 ล้านบาร์เรล

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า กระทรวงพลังงานรายงาน ครม.ให้รับทราบมาตรการบริหารสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงของไทยเพื่อรับมือวิกฤติตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานปัจจุบันอยู่ระดับที่ 1 สีเขียว แต่กระทรวงพลังงานทำงานเชิงรุกบริหารสถานการณ์ โดยขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันเร่งจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตนอกตะวันออกกลางเพิ่ม

ทั้งนี้ เพื่อชดเชยปริมาณน้ำมันดิบที่จะขาดหายไปเนื่องจากไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือผู้ผลิตในตะวันออกกลางไม่สามารถส่งมอบให้ได้ ซึ่งปริมาณน้ำมันดิบที่คาดว่าจะหายไปในช่วงเดือนมี.ค.2569 ปริมาณรวม 8.45 ล้านบาร์เรล (1,343 ล้านลิตร)

อย่างไรก็ตามการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมในขณะนี้มีความคืบหน้าที่ดี โดยกระทรวงพลังงานได้รับการยืนยันจากผู้ค้าน้ำมันว่าจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมได้เพียงพอต่อการใช้งานถึงสิ้นเดือนเม.ย.2569

กำหนดเกณฑ์รุนแรงระดับสูงสุด

รวมทั้งหากสถานการณ์การสู้รบรุนแรงขึ้น และกระทบความมั่นคงทางพลังงานของประเทศจนเลื่อนระดับความรุนแรงเข้าสู่ระดับรุนแรงมาก (สีแดง) การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงหยุดชะงักมากกว่า 1 เดือน หรือการจัดหาก๊าซปิโตรเลียมเหลวหยุดชะงักมากกว่า 14 วัน และระดับปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงสู่ระดับสำรองตามกฎหมาย

กระทรวงพลังงานอาจพิจารณาเสนอนายกรัฐมนตรีใช้บังคับมาตรการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 

และอาจเสนอให้ใช้บังคับมาตรการประหยัดพลังงานโดยใช้อำนาจ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิด ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงมาตรการเคอร์ฟิวเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิงได้

เตรียมแผนเพิ่มสำรองน้ำมัน3%

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานดำเนินมาตรการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้

1.การระงับการส่งออก โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไข และป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มาตรา 3 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มี.ค.2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไข และป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราว

ประกอบด้วย น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1 และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ยกเว้นการส่งออกไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา

2.การเพิ่มอัตราสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย ได้กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 เพิ่มสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศจากเดิมอัตรา 1% ของปริมาณการค้าประจำปี เป็นอัตรา 1.5% ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2569 และเป็นอัตรา 3% ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.2569 

สำหรับข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมายของไทยเพิ่มจาก 25 วัน เป็น 27 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2569 และเป็น 32 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.2569

เพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล

3.การเพิ่มอัตราส่วนการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพในน้ำมันสำเร็จรูป ปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้ดีเซลต้องมีส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซลในอัตราขั้นต่ำ 5% โดย ณ วันที่ 5 มี.ค.2569 ราคาไบโอดีเซลเท่ากับ 32.06 บาทต่อลิตร คิดเป็น 1.13 เท่าของราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (Bo) ซึ่งอยู่ที่ 28.42 บาทต่อลิตร เพื่อลดปริมาณการใช้ดีเซลพื้นฐาน 

กระทรวงพลังงานได้เพิ่มอัตราส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น 7% โดยจะลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลพื้นฐานลงได้ 1.2 ล้านลิตรต่อวัน จากปริมาณการใช้ทั้งหมด 61.8 ล้านลิตรต่อวัน และอาจพิจารณาเพิ่มอัตราส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น 10%

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานพิจารณาใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจูงใจให้ผู้ใช้แก๊สโซฮอล์อี 10 เปลี่ยนมาใช้แก๊สโซฮอล์อี 20 โดยให้ราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์อี 20 ต่ำกว่าราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์อี 10 ซึ่งต้องพิจารณาฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกอบ

4.การผ่อนผันมาตรฐานลักษณะ และคุณภาพของดีเซล และกลุ่มเบนซินตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 สำหรับดีเซล และกลุ่มเบนซิน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 เพื่อลดสารมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของรถยนต์ 

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล และอิหร่าน ในระยะต่อไปมีแนวโน้มรุนแรง และกระทบอุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยเพิ่มมากขึ้น 

กระทรวงพลังงานอาจพิจารณาผ่อนผันมาตรฐานลักษณะ และคุณภาพของดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ให้เหลือเป็นมาตรฐานยูโร 4 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นจัดหาดีเซล และเบนซินเนื่องจากปัจจุบันมีหลายประเทศยังไม่ได้บังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5

แจงปริมาณน้ำมันสำรอง 95 วัน

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจ กล่าวในงานเสวนาวิชาการ “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก : ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ” จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่พร้อมใช้ของไทย ณ วันที่ 9 มี.ค.2569 แบ่งเป็นปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศ รองรับการใช้รวม 39 วัน 

สำหรับน้ำมันส่วนนี้ คือ อยู่ในคลัง และในถังภายในประเทศ พร้อมที่จะสูบมาใช้ทันที ประกอบด้วย น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร ใช้ได้ 25 วัน และน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,403 ล้านลิตร ใช้ได้ 14 วัน

นอกจากนี้ ไทยมีปริมาณน้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง และจัดหาแล้วรวม 7,050 ล้านลิตร แบ่งเป็น น้ำมันอยู่ระหว่างขนส่ง 3,350 ล้านลิตร ใช้ได้ 26 วัน ซึ่งเป็นน้ำมันที่โหลดลงเรือแล้ว และกำลังทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศ 

อีกทั้งมีน้ำมันจัดหาแล้ว 3,700 ล้านลิตร ใช้ได้ 30 วัน เป็นส่วนที่ทำสัญญาจองแล้ว และอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงความขัดแย้ง ไม่ได้ส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นสรุปภาพรวมขณะนี้ไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้รวมไม่น้อยกว่า 95 วัน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์