ทอท.เผย 165 เที่ยวบินได้รับผลกระทบจากเหตุ Air India Express ขัดข้องบนทางวิ่ง อยู่ระหว่างเร่งเคลื่อนย้ายอากาศยาน คาดแล้วเสร็จ 21.00 น. ด้าน กพท. สั่งแอร์ไลน์ประสาน “กรมท่าอากาศยาน” ขอลงจอดสนามบินใกล้เคียงเพื่อลดโอกาสผู้โดยสารตกค้าง และกำชับดูแลผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด
รายงานข่าวจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ Air India Express เกิดเหตุขัดข้องบนทางวิ่ง ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต พบว่า ขณะนี้มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่มีกำหนดทำการบิน 6 ท่าอากาศยานภายใต้ความรับผิดชอบของ ทอท. รวมจำนวนทั้งสิ้นจำนวน 165 เที่ยวบิน แบ่งเป็น
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 22 เที่ยวบิน
ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) จำนวน 40 เที่ยวบิน
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) จำนวน 6 เที่ยวบิน
ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) จำนวน 97 เที่ยวบิน
สำหรับท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ไม่มีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ทอท.ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้โดยสาร เช่น จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยเพิ่มเติม ตลอดจนการประสานสายการบินที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้โดยสารให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือการคืนเงินค่าบัตรโดยสารตามความประสงค์ของผู้โดยสาร
ส่วนความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายอากาศยานของ Air India Express ที่เกิดเหตุขัดข้องบนทางวิ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซมฐานล้ออากาศยานที่ได้รับความเสียหาย และดำเนินการเคลื่อนย้ายอากาศยานที่ขัดข้องออกจากทางวิ่ง (Removal of Disabled Aircraft) ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 21.00 น. ล่าช้าจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จเพื่อเปิดให้บริการรันเวย์ในเวลา 18.00 น.
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานภูเก็ต ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และหากมีความคืบหน้าประการใดจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป โดยขอให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ติดต่อสายการบินของท่านโดยตรง เพื่อตรวจสอบสถานะเที่ยวบินและรายละเอียดการเดินทางก่อนเดินทางมายังท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน
ด้านรายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า กพท.ได้แจ้งไปยังทุกสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการปิดรันเวย์ เพื่อให้ประสานงานกับกรมท่าอากาศยานขยายเวลาเปิดท่าอากาศยานใกล้ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อทำการลงจอดและลดโอกาสผู้โดยสารตกค้าง
โดยขณะนี้พบว่ามีหลายสายการบินประสานเพื่อทำการลงจอดในท่าอากาศยานกระบี่ และส่วนใหญ่ประสานมาลงจอดที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นฐานปฏิบัติการบินของสายการบินส่วนใหญ่อยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังสามารถประสานไปยังสายการบินพันธมิตรเพื่อส่งต่อผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางอื่นได้
ทั้งนี้ กทพ.ยังได้กำชับให้ทุกสายการบินปฏิบัติตามมาตรการดูแลผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด โดยจัดหาน้ำและอาหารให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ แต่เนื่องจากไม่ใช่เหตุที่เกิดจากเรื่องอื่นสายการบินที่ต้องล่าช้าจะไม่มีการจ่ายค่าชดเชย





