ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของภาคอุตสาหกรรม เมื่อกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเร่งให้ประเทศต้องยกระดับจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็น “ศูนย์กลางการผลิตอัจฉริยะ” ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมโลก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนผ่านการจัดงาน Intelligent Asia Thailand 2026 และ Automation Thailand 2026 ซึ่งเปิดฉากอย่างเป็นทางการ โดยความร่วมมือของ Yorkers Trade & Marketing Service Co., Ltd., Messe Frankfurt (HK) Ltd, Taiwan Branch และ GMTX Company Limited โดยได้รับเกียรติจากนายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ของภูมิภาค
พิธีเปิดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ โดยงานจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 13 มี.ค. 2569 ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้ประกอบการ นักอุตสาหกรรม ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และโซลูชันการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งกำลังกลายเป็นโครงสร้างหลักของอุตสาหกรรมยุคใหม่
งานดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์ม B2B ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศไทย พร้อมเชื่อมต่อภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
เวทีเชื่อมเทคโนโลยีโลกสู่ภาคการผลิตไทย
ภายในงานมีผู้แสดงสินค้า (Exhibitors) มากกว่า 310 รายจากทั่วโลก นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ บนใช้พื้นที่จัดงานกว่า 10,000 ตารางเมตร ภายในฮอลล์ EH98 ของ BITEC โดยโครงสร้างของงานแบ่งออกเป็นสองโปรไฟล์หลัก ได้แก่
1. PCB Thailand แพลตฟอร์มที่นำเสนอเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
2. Automation Thailand เวทีสำหรับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และโซลูชันโรงงานอัจฉริยะ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Industry 4.0
การผสาน 2 โปรไฟล์ดังกล่าวสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมโลก ที่เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติกำลังหลอมรวมกันเป็นโครงสร้างหลักของระบบการผลิตยุคดิจิทัล
ไทยศูนย์กลางการลงทุนเทคโนโลยีในอาเซียน
การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตอัจฉริยะของไทย โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคอุตสาหกรรมของไทยมีมูลค่าสูงถึง 324,000 ล้านบาท หรือประมาณ 10,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า
แม้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม และแรงงานภาคการผลิตที่มีทักษะและประสบการณ์ยาวนาน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ส.อ.ท.ชี้ผู้ผลิตไทยต้องขยับสู่ ODM–OBM
นายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันดิจิทัลเพื่ออุตสาหกรรม กล่าวว่า Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นการผสานกันของสองโปรไฟล์สำคัญ ได้แก่ Automation และ PCB ซึ่งครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงยุคใหม่
“หัวใจสำคัญของงานคือการบูรณาการระหว่างอุตสาหกรรม PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงในอนาคต”
อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตของไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่ซับซ้อนมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งปรับตัวจากการเป็น OEM (รับจ้างผลิต) ไปสู่ODM (ออกแบบและพัฒนาสินค้าเอง) OBM (สร้างแบรนด์ของตนเอง) เพื่อเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
Mr. Akai Lin Overseas Director Chan Chao International Enterprise Group กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของการผลิตโลก ซึ่งเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิตของภูมิภาค Intelligent Asia Thailand จึงทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญในการเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก
เร่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ “มูลค่าสูง”
นายธีระ กิตติธีรพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มทีเอ็กซ์จํากัด หนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างอุตสาหกรรม จากการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งการแข่งขันทางการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการย้ายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติ
ในช่วงปี 2023-2025 ประเทศไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 600,000 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงมีสัดส่วนมากที่สุด ขณะเดียวกัน ในปี 2025 มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สูงถึง 1.87 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนของไทย
การลงทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Electronics, Semiconductor, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center เป็นต้น โดยอุตสาหกรรม PCB ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปี 2022 ถึงกลางปี 2025 มีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรม PCB มากกว่า 180 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิต PCB อันดับหนึ่งของอาเซียน และกำลังก้าวขึ้นสู่ Top 5 ของโลก
“คำถามสำคัญคือ เมื่อโรงงานใหม่กำลังเกิดขึ้น ซัพพลายเชนใหม่กำลังก่อตัว ผู้ผลิตไทยพร้อมหรือยัง เพราะการแข่งขันในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนแรงงานอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความแม่นยำ ความเร็ว และการใช้เทคโนโลยีในการผลิต” นายธีระ กล่าว
BOI หนุนโรงงานแห่งอนาคต
น.ส.วรวรรณ นรสุชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 2 รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า ปี 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดย BOI สนับสนุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี”
ภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ BOI จึงให้การสนับสนุนผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติและผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration ที่ลงทุนด้านวิศวกรรม การออกแบบระบบ และการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันสร้าง “โรงงานแห่งอนาคต” ในประเทศไทย
โลกอุตฯ เปลี่ยนผ่านสู่ Smart Manufacturing
Ms.Sylke Schulz-Metzner, Vice President SPS, Mesago Messe Frankfurt กล่าวว่า ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์, การขาดแคลนทรัพยากร และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้จำนวนแรงงานในภาคการผลิตลดลง
“ในบริบทใหม่นี้ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อทดแทนแรงงาน แต่ต้องทำงานร่วมกับบุคลากรที่มีทักษะสูง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต”
ดังนั้น อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค Automation ไปสู่ Smart Manufacturing ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการใช้ข้อมูล การเชื่อมต่อระบบ และ AI อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของกระบวนการผลิต
ภายในงานยังมี Zhejiang Pavilion และ Taiwan Pavilion ที่รวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันการผลิตจากผู้ประกอบการชั้นนำ พร้อมกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับเจ้าของเทคโนโลยีและนักลงทุนระดับสากล
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านเวที SPS Stage Bangkok และ PCB Stage รวมถึงกิจกรรมเสวนาพิเศษในหัวข้อ
“Proactive Strategy” ทางรอดอุตสาหกรรมไทย
สำหรับเวทีเสวนา "กลยุทธ์เชิงรุกอุตสาหกรรมไทยสู่การเป็นผู้นําในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" โดยนายสมสิทธิ์ มูลสถาน กรรมการบริหาร ส.อ.ท. และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ น.ส.วรวรรณ นรสุชา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน BOI, น.ส.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) และนายอาชว์ จันทร์กวี ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส McKinsey & Company (Thailand)
นายสมสิทธิ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้อง “ปรับเกม” จากการแข่งขันด้านต้นทุนแรงงาน ไปสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ประเทศไทยเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งมีการวาง Roadmap การพัฒนา 6 ปี เพื่อยกระดับประเทศจากผู้ซื้อเทคโนโลยี มาเป็นผู้พัฒนาและผู้ผลิตเพื่อความมั่นคงและการส่งออกเทคโนโลยีที่ไทยมีศักยภาพ เช่น โดรนป้องกันการรบกวนสัญญาณ (Anti-Jamming Drone) อาหารทหารเพื่อความยั่งยืน และเทคโนโลยีการแพทย์อย่างเลือดเทียม
Thailand i4.0 Index เครื่องมือยกระดับโรงงานไทย
น.ส.พนิตา กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 4.0 ต้องเริ่มจากการประเมินความพร้อมขององค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่ง SMC ได้พัฒนา Thailand i4.0 Index ซึ่งเป็น Framework สำหรับประเมินความพร้อมของโรงงานใน 17 ด้าน ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี กลยุทธ์ การบริหารจัดการ และบุคลากร
ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้ารับการประเมินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับคำปรึกษาทางเทคนิค และการจับคู่กับ System Integrator (SI) ในประเทศ อีกทั้ง SMC ยังมีโครงการสนับสนุน Proof of Concept (PoC) สูงสุด 120,000 บาท เพื่อลดความเสี่ยงในการทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ก่อนการลงทุนจริง
“หัวใจสำคัญของ Industry 4.0 และ 5.0 คือบุคลากร เทคโนโลยีจะเกิดประโยชน์ได้จริงเมื่อแรงงานมีทักษะที่เหมาะสม”
ด้านนายอาชว์ กล่าวว่า ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุค Smart Manufacturing ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล องค์กรที่สามารถใช้ Data Analytics, AI และ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน
"การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมต้องพัฒนาไปพร้อมกันในสามมิติ ได้แก่ Technology, Talent และ Ecosystem เพื่อสร้างระบบการผลิตที่ยืดหยุ่นและแข่งขันได้ในระยะยาว"
ประตูสู่โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมไทย
สำหรับบทสรุปจากเวทีเสวนาและการจัดงานในครั้งนี้สะท้อนว่า อุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และข้อกำหนดด้าน ESG และความยั่งยืน
ดังนั้น การปรับตัวเชิงรุกผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีอัตโนมัติ การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของภาคการผลิตไทย
หากสามารถยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและแรงงานให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางการผลิตอัจฉริยะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของโลกในอนาคต
งาน Intelligent Asia Thailand และ Automation Thailand 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 มี.ค. 2569 ณ Hall 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ





