วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมพัฒน์ เผย ผลตรวจ ‘นอมินีล้งมะพร้าว” ร่วมกับCIB พบเข้าข่าย 6 นิติบุคคล เร่งสอบสวนเอาผิด

กรมพัฒน์ เผย  ผลตรวจ ‘นอมินีล้งมะพร้าว” ร่วมกับCIB พบเข้าข่าย 6 นิติบุคคล เร่งสอบสวนเอาผิด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยผลตรวจสอบร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง พบธุรกิจรับซื้อมะพร้าวและแปรรูปใน จ.ราชบุรี เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี 6 นิติบุคคล เตรียมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งคนไทยและต่างชาติ พร้อมเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีต่อเนื่อง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า หลังกรมฯ และ ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ได้ร่วมกันแถลงข่าว “ปฏิบัติการปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ไปแล้วนั้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงและการเข้าตรวจค้นธุรกิจเป้าหมาย พบว่ามีนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้แก่ บริษัท อีซี่ โคโค้นัท จำกัด, บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด, บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด, บริษัท หยู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

นอกจากนี้ ยังพบผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจประกอบด้วยบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับพฤติการณ์ที่เข้าข่ายนอมินี พบว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทมีคนไทยถือหุ้น 51% แต่เป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการหรือผู้ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสาร ไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ ขณะที่กลุ่มนายทุนต่างชาติเป็นผู้ควบคุมการบริหารจัดการทั้งหมด ทั้งการกำหนดราคาซื้อ การจัดการขนส่ง และการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ยังพบว่า นายทุนต่างชาติได้เข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกำหนดราคารับซื้อหน้าสวนในระดับต่ำกว่าปกติ และมีการโอนผลกำไรกลับไปยังกลุ่มทุนต่างชาติ ขณะที่ในเอกสารทางบัญชีแจ้งผลประกอบการขาดทุน แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละปี ซึ่งเข้าข่ายการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของรัฐ

กรมพัฒน์ เผย  ผลตรวจ ‘นอมินีล้งมะพร้าว” ร่วมกับCIB พบเข้าข่าย 6 นิติบุคคล เร่งสอบสวนเอาผิด

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยมาตรา 36 สำหรับคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 สำหรับคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนคำสั่งศาลอาจถูกปรับรายวันวันละ 10,000–50,000 บาทจนกว่าจะยุติการกระทำผิด

นอกจากนี้ หากพบว่าสำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 และพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547 ซึ่งกำหนดบทลงโทษตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ

ที่ผ่านมา ผู้กระทำผิดได้ใช้จ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีเพื่อจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น ในลักษณะตัวแทนอำพรางหรือนอมินี โดยปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก และสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชนคนไทยและเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพันธมิตรจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และกำจัดนอมินีให้หมดไปจากประเทศไทย

ขอแจ้งเตือนไปยังสำนักงานบัญชีให้ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณารับจ้างในกรณีดังกล่าว สำหรับสำนักงานบัญชีที่จงใจ เจตนาที่จะเอื้อประโยชน์ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัญหานอมินีถือเป็นปัญหาระดับประเทศที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าทั้งมาตรการป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมและกำจัดนอมินีทั้งรายเก่าและรายใหม่ พร้อมยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ