รายงานข่าวจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ระบุว่า สกนช.รายงานการอุดหนุนราคาน้ำมันของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 11 มี.ค.2569 มีการอุดหนุนสูงขึ้นหลังจากสงครามอิหร่านในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงผันผวนแม้ราคาน้ำมันดิบจะประบลดลงก็ตาม
สำหรับการอุดหนุนน้ำมันดีเซลล่าสุดของกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงอยู่ที่ลิตรละ 16.97 บาท เพื่อตรึงราคาดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 29.94 บาท ตามนโยบายการตรึงราคาให้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท ซึ่งเป็นการอุดหนุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันที่ 6 มี.ค.2569 ที่อุดหนุนลิตรละ 9.57 บาท
สำหรับการอุดหนุนตั้งแต่วันที่ 6-9 มี.ค.2569 ที่ต้องอุดหนุนดีเซลจากกองทุนน้ำมันฯ ลิตรละ 9.57 บาท แต่ขณะนี้จ้องอุดหนุนถึง 16.97 บาท ส่งผลให้มีเงินไหลออกจากกองทุนฯ เฉลี่ยสูงถึงประมาณวันละกว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วันที่ 8 มี.ค.2569 ติดลบ 786 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวก 36,949 ล้านบาท แต่บัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบ 37,735 ล้านบาท
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการนาทีลงทุน ทางช่อง 9 MCOT ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่า ปัจจุบันราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยของเราได้ใช้กลไกของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเครื่องมือหลักในการลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคา โดยยืนยันว่าหลังครบกำหนด 15 วัน รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาดูแลราคาต่อไป แม้ในขณะนี้สถานะกองทุนจะเริ่มกลับมาติดลบอีกครั้งจากการที่มีเงินไหลออกประมาณวันละ 1,000 กว่าล้านบาท แต่ในอดีตกองทุนฯเคยรองรับภาระหนี้ได้สูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาทมาแล้วในช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงมั่นใจว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ
“รัฐบาลจะนำปัจจัยทั้งหมด ทั้งสถานะกองทุนน้ำมันและสถานการณ์ราคาโลก มาพิจารณาประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้งหลังจากครบกำหนด 15 วัน เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป”
สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในปัจจุบัน นายอรรถพลระบุว่ายังอยู่ที่ระดับเกือบ 30 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดือนตุลาคมที่รัฐบาลเริ่มเข้ามาบริหารงานซึ่งอยู่ที่ 31.94 บาท และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยขึ้นไปถึงเกือบ 35 บาท ดังนั้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีน้ำมันเป็นปัจจัยหลักจึงไม่ควรปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ และในทางทฤษฎีควรจะมีการปรับลดราคาลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคม
ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานเทรดดิ้ง (Trading) ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีคู่ค้าอยู่ทั่วโลก ช่วยจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาของขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยยอมรับว่าโรงงานบางแห่งอาจต้องชะลอหรือหยุดการผลิตหากต้นทุนวัตถุดิบสูงจนไม่คุ้มทุน แต่ขอยืนยันให้ความมั่นใจว่า เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าปลายทางในประเทศยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนในขณะนี้
นายอรรถพล ยังกล่าวว่าช่วงนี้เป็นเวลาที่ประชาชนคนไทยต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยเมื่อวานนี้กระทรวงพลังงานได้นำเสนอ มาตรการประหยัดพลังงาน ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อลดความต้องการใช้พลังงานและยืดระยะเวลาการบริหารจัดการทรัพยากร โดยเริ่มจากหน่วยงานราชการให้เป็นตัวอย่าง เช่น ให้หน่วยงานราชการ: ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26-27 องศาเซลเซียส, งดการสวมสูทหรือผูกไท, ส่งเสริมการ Work from Home (WFH) และการประชุมออนไลน์ โดยต้องไม่กระทบการบริการประชาชน
รณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถยนต์ ปรับจูนเครื่องยนต์ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามรอบ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มาก รวมถึงส่งเสริมระบบทางเดียวกันไปด้วยกัน (Car Pool) เป็นต้น





