วันนี้ (11 มี.ค.) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการนาทีลงทุน ทางช่อง 9 MCOT ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่า ปัจจุบันราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยของเราได้ใช้กลไกของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเครื่องมือหลักในการลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคา โดยยืนยันว่าหลังครบกำหนด 15 วัน รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาดูแลราคาต่อไป แม้ในขณะนี้สถานะกองทุนจะเริ่มกลับมาติดลบอีกครั้งจากการที่มีเงินไหลออกประมาณวันละ 1,000 กว่าล้านบาท แต่ในอดีตกองทุนฯเคยรองรับภาระหนี้ได้สูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาทมาแล้วในช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงมั่นใจว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ
“รัฐบาลจะนำปัจจัยทั้งหมด ทั้งสถานะกองทุนน้ำมันและสถานการณ์ราคาโลก มาพิจารณาประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้งหลังจากครบกำหนด 15 วัน เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป”
สำหรับ ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในปัจจุบัน นายอรรถพล ระบุว่า ยังอยู่ที่ระดับเกือบ 30 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดือนตุลาคมที่รัฐบาลเริ่มเข้ามาบริหารงานซึ่งอยู่ที่ 31.94 บาท และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยขึ้นไปถึงเกือบ 35 บาท ดังนั้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีน้ำมันเป็นปัจจัยหลักจึงไม่ควรปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ และในทางทฤษฎีควรจะมีการปรับลดราคาลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคม
ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานเทรดดิ้ง (Trading) ของบริษัท ปตท. ที่มีคู่ค้าอยู่ทั่วโลก ช่วยจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาของขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยยอมรับว่าโรงงานบางแห่งอาจต้องชะลอหรือหยุดการผลิตหากต้นทุนวัตถุดิบสูงจนไม่คุ้มทุน แต่ขอยืนยันให้ความมั่นใจว่า เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าปลายทางในประเทศยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนในขณะนี้
นายอรรถพล ยังกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นเวลาที่ประชาชนคนไทยต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยเมื่อวานนี้กระทรวงพลังงานได้นำเสนอ มาตรการประหยัดพลังงาน ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อลดความต้องการใช้พลังงานและยืดระยะเวลาการบริหารจัดการทรัพยากร โดยเริ่มจากหน่วยงานราชการให้เป็นตัวอย่าง เช่น ให้หน่วยงานราชการ: ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26-27 องศาเซลเซียส, งดการสวมสูทหรือผูกไท, ส่งเสริมการ Work from Home (WFH) และการประชุมออนไลน์ โดยต้องไม่กระทบการบริการประชาชน
รณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถยนต์ ปรับจูนเครื่องยนต์ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามรอบ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มาก รวมถึงส่งเสริมระบบทางเดียวกันไปด้วยกัน (Car Pool) เป็นต้น





