ภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้วัตถุดิบปิโตรเคมีขาดตลาด “ทีโอเอ” ชี้วัตถุดิบขาดแคลน มีสต็อกเหลือแค่ 20 วัน คาดผลงานไตรมาส 1 ปีนี้ ลดลง “มาม่า” ระบุเม็ดพลาสติกขาดตลาด กระทบฟิล์มผลิตบรรจุภัณฑ์ ซัพพลายเออร์ไม่รับออเดอร์ 1 สัปดาห์ "SCG" หยุดโรงงานโอเลฟินส์ระยอง หลังขาดวัตถุดิบ
สงครามตะวันออกกลางทำให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว โดยกระทบห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งทำให้โรงงานในอุตสาหกรรมดังกล่าวในไทยหยุดการผลิต รวมถึงผู้ประกอบการหลายรายกังวลปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า การสู้รบในตะวันออกกลางจะมีผลกระทบต่อธุรกิจในไตรมาส 1 ปี 2569 เพราะสินค้าบริษัทส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้จาก “กลุ่มธุรกิจปิโครเคมี” ซึ่งผู้ผลิตต้นน้ำหยุดกระบวนการผลิต (Shut down) และจัดสรรสินค้าใหม่จึงทำให้ตอนนี้ต้องดูสถานการณ์วันต่อวัน
ดังนั้น คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 1 ปี 2569 อาจปรับตัวลดลง เนื่องจากต้นทุนค่าพลังงานและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามคาดจะเริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่งวดไตรมาส 2 ปี 2569
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีวัตถุดิบสต็อกไว้ 20 วัน ซึ่งต้องติดตามว่าช่วงวันข้างหน้าจะได้รับวัตถุดิบเข้ามามากน้อยแค่ไหน เพื่อให้เพียงพอที่จะดำเนินการขายในเดือนถัดไปหรือไม่ โดยหนึ่งในวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบมาก คือ ไทเทเนียมไดออกไซด์
นอกจากนี้ ยอมรับมาร์จินค่อนข้างผันผวน เนื่องจากบริษัทไม่ได้ล็อกอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินไว้ (Hedge) เพราะไม่ต้องการเก็งกำไรค่าเงิน โดยเตรียมงบลงทุนปีนี้ 750 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 658 ล้านบาท
แบ่งเป็นการลงทุนขยายกำลังการผลิตใหม่ 33.6% อาทิ ขยายโรงงานผลิตยิปซั่ม, ขยายโรงงานก่อสร้างเคมีภัณฑ์, ปรับปรุงโรงงานที่เวียดนาม, ขยายคลังสินค้าและสำนักงานใน สปป.ลาว และปรับปรุงอาคารวิจัยและพัฒนา
สัญญาณขาดแคลนเม็ดพลาสติก
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” เปิดเผยว่า ขณะนี้สัญญาณวัตถุดิบเม็ดพลาสติกที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์สินค้าเริ่มขาดตลาดตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะผลกระทบสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ขณะที่บริษัทซึ่งผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า และมีโรงงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ของตัวเอง โดยต้องใช้ฟิล์มเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์และฟิล์มยังมีวัตถุดิบตั้งต้นจากเม็ดพลาสติก
“สัญญาณเม็ดพลาสติกขาดแคลนเกิดขึ้นแล้ว โรงพิมพ์บรรจุภัณฑ์มาม่าที่ต้องซื้อฟิล์มมาใช้ตอนนี้ไม่รับออเดอร์แล้ว ถูกปฏิเสธออเดอร์ ที่ต้องจับตา คือ จากนี้คือเม็ดพลาสติกจะขาดแคลนหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ แต่ระยะแรกที่ต้องเผชิญ คือ ราคาบรรจุภัณฑ์ถีบตัวขึ้นแน่นอน และผู้ประกอบการต้องแบกภาระผลกระทบ"
ทั้งนี้ ราคาฟิล์มแพงขึ้นระยะสั้นไม่น่ากลัวเพราะแบกภาระได้ แต่น่ากลัวการขาดแลนวัตถุดิบขาดแคลน เพราะหากแป้ง น้ำมันปาล์ม มีผลิตสินค้า แต่ไม่มีบรรจุภัณฑ์หีบห่อ ย่อมผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายไม่ได้
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทต้องบริหารจัดการวัตถุดิบ ใช้ฟิล์มผลิตบรรจุภัณฑ์สินค้ามาม่ารูปแบบซอง และรสชาติที่ขายดีเป็นหลัก เช่น ต้มยำกุ้ง หมูสับ ส่วนสินค้าที่ขายช้าจะไม่ผลิตไปสต๊อกเพื่อรอขาย 5-6 เดือน โดยใช้ฟิล์มเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม ความกังวลที่ตามมาเมื่อสัญญาณบรรจุภัณฑ์ขาดแคลนจะส่งผลต่อสินค้าออกสู่ตลาด และนำไปสู่การกักตุนสินค้าหรือไม่ มองเป็น 2 มิติ อาจเกิดการกักตุนสินค้าได้ แต่อีกมิติ สถานการณ์กำลังซื้อ 2 เดือนแรกที่ฝืดเคืองค่อนข้างมาก ห่วงประชาชนจะนำเงินที่ไหนมาซื้อสินค้าปริมาณมากกักตุนมากกว่า
“สินค้าทุกประเภทที่ใช้ฟิล์มผลิตบรรจุภัณฑ์สินค้าน่าห่วงหมด ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สบู่ ขนมขบเคี้ยว อาหารแปรรูปที่ใช้ผลิตเป็นซอง หากขาดแคลนย่อมผลิตสินค้าไม่ได้ เพราะวัตถุดิบหรือสารตั้งต้นมาจากเม็ดพลาสติกทั้งสิ้น"
ส่วนผู้บริโภคจะตุนสินค้าหรือไม่ เวลานี้ผู้บริโภคจะนำเงินก้อนใหญ่หรือเงินหลักร้อยมาซื้อสินค้าตุนไว้ เพราะทุกคนอาจต้องการประหยัดมากขึ้นก็ได้ ภาพรวมจึงไม่กังวลจะเกิดการตื่นตระหนกซื้อสินค้าหรือ Panic buy
สำหรับแนวโน้มต้นทุนการผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้น ระยะสั้นเชื่อว่าผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าจำเป็นจะแบกภาระไว้ก่อน และคาดหวังสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน จะยุติโดยเร็ว
ห่วงเม็ดพลาสติกดันต้นทุนสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ ศรีจันทร์ ผู้ผลิตสินค้าความงามแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานจะส่งผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์สินค้า เพราะใช้เม็ดพลาสติกเป็นสารตั้งต้น และจะมีผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ระยะสั้นบริษัทคงไม่สามารถผลักภาระสินค้าให้ผู้บริโภคได้
ขณะที่โอสถสภา มีการทำสัญญาราคาพลังงาานกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สัญญาถึงปี 2571-2572 ส่วนราคาพลังงานจะขึ้นลงตามสูตรน้ำมัน นอกจากนี้ ปตท.ได้แจ้งการตรึงราคาพลังงาน 90 วัน เพื่อบริหารจัดการด้านต้นทุนด้วย พร้อมย้ำหากต้นทุนขยับ บริษัทยังไม่มีนโยบายขึ้นราคาสินค้า
กระทบโรงงานโอเลฟินส์ SCG
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 ว่า ต้องหยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ ของบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ชั่วคราว หลังมีความตึงเครียดสงครามอิหร่านในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซกระทบห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญในการผลิต
ทั้งนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลกส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตในโรงงานโอเลฟินส์ของกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์
สำหรับวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ นาฟทา (Naphtha) และ โพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ โดยจากการประเมินสถานการณ์พบความไม่แน่นอนและแนวโน้มยืดเยื้อของปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้วัตถุดิบบางส่วนขนส่งมายังประเทศปลายทางไม่ได้ตามแผน
ดังนั้น เพื่อรับมือเหตุสุดวิสัยดังกล่าว บริษัทจึงต้องหยุดการเดินโรงงานของ ROC ชั่วคราว และบริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด ได้ประกาศ “เหตุสุดวิสัย” (Force Majeure) ต่อคู่ค้าและลูกค้าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผลกระทบจากการหยุดเดินโรงงานดังกล่าวจะมีผลต่อต้นทุน 150 ล้านบาทต่อเดือน โดย ROC เป็นโรงงานมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยี Automation และ Digitalization ในการดำเนินงานจึงบริหารจัดการต้นทุนได้ระดับหนึ่ง
ส่วนกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องความไม่แน่นอน โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการหยุดโรงงาน ROC ดังกล่าว การดำเนินงานของโรงงานอื่นในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงธุรกิจอื่นของ SCG ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยได้ปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน
ด้านฐานะการเงิน SCG มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง และมีเงินสดในมือเพียงพอรองรับกรณีสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยปี 2568 มี Adjusted EBITDA รวม 55,012 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนจากกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท รวมทั้งการหยุดเดินโรงงาน ROC ชั่วคราวไม่กระทบการดำเนินธุรกิจของ SCG อย่างมีนัยสำคัญ





