วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

SCG รับผลกระทบสงครามอิหร่าน หยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ 'ระยอง'

SCG รับผลกระทบสงครามอิหร่าน หยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ 'ระยอง'

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงานโอเลฟินส์ ของ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์เป็นการชั่วคราว หลังสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ของสงครามอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญในการผลิต

ทั้งนี้ หนังสือลงวันที่ 10 มี.ค. 2569 ซึ่งลงนามโดย นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC ระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตในโรงงานโอเลฟินส์ของกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์

วัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ นาฟทา (Naphtha) และ โพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ โดยจากการประเมินสถานการณ์พบว่า ความไม่แน่นอนและแนวโน้มยืดเยื้อของปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้วัตถุดิบบางส่วนยังไม่สามารถขนส่งมายังประเทศปลายทางได้ตามแผนที่กำหนดไว้

ดังนั้น เพื่อรับมือกับเหตุสุดวิสัยดังกล่าว บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงานของ ROC เป็นการชั่วคราว และบริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด ได้ประกาศ "เหตุสุดวิสัย" (Force Majeure) ต่อคู่ค้าและลูกค้าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้องแล้ว

SCG รับผลกระทบสงครามอิหร่าน หยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ 'ระยอง'

สำหรับผลกระทบจากการหยุดเดินโรงงานดังกล่าว บริษัทประเมินว่าจะมีผลต่อต้นทุนประมาณ 150 ล้านบาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ROC เป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยี Automation และ Digitalization ในการดำเนินงาน จึงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง

SCC ระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการหยุดโรงงาน ROC ดังกล่าว การดำเนินงานของโรงงานอื่นในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ของเอสซีจี ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยบริษัทมีการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

ในด้านฐานะการเงิน บริษัทระบุว่า เอสซีจีมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีเงินสดในมือเพียงพอรองรับกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อ โดยในปี 2568 เอสซีจี มี Adjusted EBITDA รวม 55,012 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนจากกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท

บริษัทระบุว่า การหยุดเดินโรงงาน ROC เป็นการชั่วคราว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีอย่างมีนัยสำคัญ และหากมีความคืบหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป