วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ดัน WFH พลังงาน สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

ดัน WFH พลังงาน สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

รายงานข่าวจาก กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศออกมาตรการ ลดการใช้พลังงาน และ Work From Home (WFH) ในหน่วยงานราชการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แบ่งมาตรการออกเป็น 3 ระดับตามความเข้มงวดของมาตรการ ดังนี้

ระดับที่ 1 มาตรการขอความร่วมมือ (ทำได้ทันที)

โดยแบ่งเป็นมาตรการด้านไฟฟ้าและด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ด้านไฟฟ้า แบ่งเป็น

(ระบบปรับอากาศ)

  • ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส
  • งดการใส่สูทผูกไท (ยกเว้นมีงานพิธีการ)
  • ติดตั้งอุปกรณ์บังแดดเพื่อลดพลังงานของเครื่องปรับอากาศ
  • ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ

(ระบบแสงสว่าง)

  • ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง และบริเวณที่ไม่มีการใช้งานตลอดเวลา
  • ทำความสะอาดหลอดไฟและโคมไฟสม่ำเสมอ
  • ปลดหลอดไฟฟ้าบริเวณที่ไม่ใช้งานหรือไม่มีความจำเป็นออก

(อุปกรณ์สำนักงาน)

  • ตั้งเวลาคอมพิวเตอร์/ปริ้นเตอร์ให้เข้า Stand-by Mode / Energy Save Mode เมื่อไม่มีการใช้งาน
  • ลดใช้เอกสารในสำนักงานโดยใช้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดออกหลังเลิกใช้งาน
  • ตั้งโปรแกรมลิฟต์ให้จอดเฉพาะบางชั้น และปิดลิฟต์บางตัวในช่วงที่มีการใช้งานน้อย
  • รณรงค์ให้ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์
  • ให้ Work From Home ตามความเหมาะสม

2. ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง

  • ตรวจสอบสภาพรถ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น และลมยางอย่างสม่ำเสมอ
  • ขับรถด้วยอัตราความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่ติดเครื่องยนต์จอดรอชั่วคราว
  • ใช้ระบบ Carpool หรือทางเดียวกันไปด้วยกัน
  • กำหนดเวลาการส่งเอกสารด้วยรถยนต์ในแต่ละวัน
  • ใช้ระบบ e-Government อย่างเต็มศักยภาพ หรือระบบ Online Meeting

ทั้งนี้ พพ. ได้มีหนังสือแจ้งเวียนขอความร่วมมือการประหยัดพลังงานไปยังหน่วยงานราชการแล้ว

ดัน WFH พลังงาน สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

ระดับที่ 2 ยกระดับมาตรการขอความร่วมมือ (ร่างเสนอ ครม.)

มาตรการในระดับนี้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยครอบคลุมทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ

1. ลดการใช้พลังงานในภาคเอกชน

  • ขอความร่วมมือโรงงานทั่วประเทศให้ลดการใช้พลังงานอย่างเคร่งครัด ด้วยการลดใช้อุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ และบริหารจัดการการผลิตให้หลบช่วง Peak
  • กำหนดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า และปิดเครื่องปรับอากาศก่อนปิดทำการอย่างน้อย 30-60 นาที
  • กำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน 05.00-22.00 น. โดยพิจารณาแยกสถานีบริการบนทางหลวงหลัก
  • ให้ใช้ไฟฟ้าในป้ายโฆษณา ป้ายชื่อร้าน หรือไฟประดับอาคารธุรกิจ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
  • กำหนดให้มีมาตรการ Work From Home

2. ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

  • กำหนดมาตรการ Work From Home โดยต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน
  • จัดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้พลังงานในหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

ระดับที่ 3 มาตรการจำกัดการใช้พลังงาน

ในกรณีที่เกิดสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการ ปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอ้างอิงจากการประชุมซ้อมแผนเตรียมพร้อมรองรับสภาวะวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2565 มีแนวทางเพิ่มเติมจากระดับสีเหลือง ดังนี้

1. ด้านสาธารณสุข

  • เปิดแผนประคองกิจการรักษา Core Business ของโรงพยาบาล เช่น Delay Elective Surgery
  • สื่อสารกับเครือข่ายส่งเวชภัณฑ์ให้ใช้แผนขนส่งร่วมกันทั้งประเทศ

2. ด้านเกษตรกรรม

  • ใช้ระบบโซลาร์สูบน้ำ

3. ด้านการเดินทาง

  • ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก

4. อื่นๆ

  • นักเรียนและนักศึกษาเรียน Online
  • กำหนดให้มีมาตรการ Work From Home (WFH)

ดัน WFH พลังงาน สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้แจ้งเวียนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขอความร่วมมือในการลดการใช้พลังงานรองรับสถานการณ์วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีมาตรการแนะนำและแนวทางปฏิบัติการลดใช้พลังงานเพิ่มเติม ได้แก่

  • ระบบปรับอากาศ ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกงาน 30 - 60 นาที และปรับอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส
  • ระบบแสงสว่าง ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง
  • อุปกรณ์สำนักงาน ตั้งเวลาคอมพิวเตอร์เข้าโหมด Stand-by Mode เมื่อไม่ใช้งานเกิน 5 นาที และปิดจอคอมพิวเตอร์เวลาพักเที่ยง พร้อมใช้ระบบ e-Government เพื่อลดการเดินทางมาติดต่อของประชาชน
  • รถและน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้ระบบ Car-pool ตรวจสอบสภาพยานพาหนะ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น แผ่นกรองอากาศ ไส้กรองน้ำมัน และลมยางอย่างสม่ำเสมอ

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ลดการใช้พลังงานในภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวนรุนแรง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะต่อไป