รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศออกมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานราชการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 3 ระดับตามความเข้มงวดของมาตรการ
ระดับที่ 1 มาตรการขอความร่วมมือ (ทำได้ทันที)
โดยแบ่งเป็นมาตรการด้านไฟฟ้าและด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ด้านไฟฟ้า แบ่งเป็น
(ระบบปรับอากาศ)
- ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส
- งดการใส่สูทผูกไท (ยกเว้นมีงานพิธีการ)
- ติดตั้งอุปกรณ์บังแดดเพื่อลดพลังงานของเครื่องปรับอากาศ
- ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ
(ระบบแสงสว่าง)
- ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง และบริเวณที่ไม่มีการใช้งานตลอดเวลา
- ทำความสะอาดหลอดไฟและโคมไฟสม่ำเสมอ
- ปลดหลอดไฟฟ้าบริเวณที่ไม่ใช้งานหรือไม่มีความจำเป็นออก
(อุปกรณ์สำนักงาน)
- ตั้งเวลาคอมพิวเตอร์/ปริ้นเตอร์ให้เข้า Stand-by Mode / Energy Save Mode เมื่อไม่มีการใช้งาน
- ลดใช้เอกสารในสำนักงานโดยใช้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
- ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดออกหลังเลิกใช้งาน
- ตั้งโปรแกรมลิฟต์ให้จอดเฉพาะบางชั้น และปิดลิฟต์บางตัวในช่วงที่มีการใช้งานน้อย
- รณรงค์ให้ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์
- ให้ Work From Home ตามความเหมาะสม
2. ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง
- ตรวจสอบสภาพรถ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น และลมยางอย่างสม่ำเสมอ
- ขับรถด้วยอัตราความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่ติดเครื่องยนต์จอดรอชั่วคราว
- ใช้ระบบ Carpool หรือทางเดียวกันไปด้วยกัน
- กำหนดเวลาการส่งเอกสารด้วยรถยนต์ในแต่ละวัน
- ใช้ระบบ e-Government อย่างเต็มศักยภาพ หรือระบบ Online Meeting
ทั้งนี้ พพ. ได้มีหนังสือแจ้งเวียนขอความร่วมมือการประหยัดพลังงานไปยังหน่วยงานราชการแล้ว
ระดับที่ 2 ยกระดับมาตรการขอความร่วมมือ (ร่างเสนอ ครม.)
มาตรการในระดับนี้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยครอบคลุมทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ
1. ลดการใช้พลังงานในภาคเอกชน
- ขอความร่วมมือโรงงานทั่วประเทศให้ลดการใช้พลังงานอย่างเคร่งครัด ด้วยการลดใช้อุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ และบริหารจัดการการผลิตให้หลบช่วง Peak
- กำหนดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า และปิดเครื่องปรับอากาศก่อนปิดทำการอย่างน้อย 30-60 นาที
- กำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน 05.00-22.00 น. โดยพิจารณาแยกสถานีบริการบนทางหลวงหลัก
- ให้ใช้ไฟฟ้าในป้ายโฆษณา ป้ายชื่อร้าน หรือไฟประดับอาคารธุรกิจ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
- กำหนดให้มีมาตรการ Work From Home
2. ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ
- กำหนดมาตรการ Work From Home โดยต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน
- จัดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้พลังงานในหน่วยงานอย่างเคร่งครัด
ระดับที่ 3 มาตรการจำกัดการใช้พลังงาน
ในกรณีที่เกิดสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการ ปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอ้างอิงจากการประชุมซ้อมแผนเตรียมพร้อมรองรับสภาวะวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2565 มีแนวทางเพิ่มเติมจากระดับสีเหลือง ดังนี้
1. ด้านสาธารณสุข
- เปิดแผนประคองกิจการรักษา Core Business ของโรงพยาบาล เช่น Delay Elective Surgery
- สื่อสารกับเครือข่ายส่งเวชภัณฑ์ให้ใช้แผนขนส่งร่วมกันทั้งประเทศ
2. ด้านเกษตรกรรม
- ใช้ระบบโซลาร์สูบน้ำ
3. ด้านการเดินทาง
- ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
4. อื่นๆ
- นักเรียนและนักศึกษาเรียน Online
- กำหนดให้มีมาตรการ Work From Home
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้แจ้งเวียนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขอความร่วมมือในการลดการใช้พลังงานรองรับสถานการณ์วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีมาตรการแนะนำและแนวทางปฏิบัติการลดใช้พลังงานเพิ่มเติม ได้แก่
- ระบบปรับอากาศ ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกงาน 30 - 60 นาที และปรับอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส
- ระบบแสงสว่าง ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง
- อุปกรณ์สำนักงาน ตั้งเวลาคอมพิวเตอร์เข้าโหมด Stand-by Mode เมื่อไม่ใช้งานเกิน 5 นาที และปิดจอคอมพิวเตอร์เวลาพักเที่ยง พร้อมใช้ระบบ e-Government เพื่อลดการเดินทางมาติดต่อของประชาชน
- รถและน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้ระบบ Car-pool ตรวจสอบสภาพยานพาหนะ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น แผ่นกรองอากาศ ไส้กรองน้ำมัน และลมยางอย่างสม่ำเสมอ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ลดการใช้พลังงานในภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวนรุนแรง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะต่อไป





