วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

'พลังงาน' สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ดัน WFH จ่อชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

'พลังงาน' สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ดัน WFH จ่อชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศออกมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานราชการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 3 ระดับตามความเข้มงวดของมาตรการ

ระดับที่ 1 มาตรการขอความร่วมมือ (ทำได้ทันที)

โดยแบ่งเป็นมาตรการด้านไฟฟ้าและด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ด้านไฟฟ้า แบ่งเป็น

(ระบบปรับอากาศ)

  • ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส
  • งดการใส่สูทผูกไท (ยกเว้นมีงานพิธีการ)
  • ติดตั้งอุปกรณ์บังแดดเพื่อลดพลังงานของเครื่องปรับอากาศ
  • ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ

(ระบบแสงสว่าง)

  • ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง และบริเวณที่ไม่มีการใช้งานตลอดเวลา
  • ทำความสะอาดหลอดไฟและโคมไฟสม่ำเสมอ
  • ปลดหลอดไฟฟ้าบริเวณที่ไม่ใช้งานหรือไม่มีความจำเป็นออก

(อุปกรณ์สำนักงาน)

  • ตั้งเวลาคอมพิวเตอร์/ปริ้นเตอร์ให้เข้า Stand-by Mode / Energy Save Mode เมื่อไม่มีการใช้งาน
  • ลดใช้เอกสารในสำนักงานโดยใช้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดออกหลังเลิกใช้งาน
  • ตั้งโปรแกรมลิฟต์ให้จอดเฉพาะบางชั้น และปิดลิฟต์บางตัวในช่วงที่มีการใช้งานน้อย
  • รณรงค์ให้ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์
  • ให้ Work From Home ตามความเหมาะสม

2. ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง

  • ตรวจสอบสภาพรถ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น และลมยางอย่างสม่ำเสมอ
  • ขับรถด้วยอัตราความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่ติดเครื่องยนต์จอดรอชั่วคราว
  • ใช้ระบบ Carpool หรือทางเดียวกันไปด้วยกัน
  • กำหนดเวลาการส่งเอกสารด้วยรถยนต์ในแต่ละวัน
  • ใช้ระบบ e-Government อย่างเต็มศักยภาพ หรือระบบ Online Meeting

ทั้งนี้ พพ. ได้มีหนังสือแจ้งเวียนขอความร่วมมือการประหยัดพลังงานไปยังหน่วยงานราชการแล้ว

'พลังงาน' สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ดัน WFH จ่อชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

ระดับที่ 2 ยกระดับมาตรการขอความร่วมมือ (ร่างเสนอ ครม.)

มาตรการในระดับนี้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยครอบคลุมทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ

1. ลดการใช้พลังงานในภาคเอกชน

  • ขอความร่วมมือโรงงานทั่วประเทศให้ลดการใช้พลังงานอย่างเคร่งครัด ด้วยการลดใช้อุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ และบริหารจัดการการผลิตให้หลบช่วง Peak
  • กำหนดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า และปิดเครื่องปรับอากาศก่อนปิดทำการอย่างน้อย 30-60 นาที
  • กำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน 05.00-22.00 น. โดยพิจารณาแยกสถานีบริการบนทางหลวงหลัก
  • ให้ใช้ไฟฟ้าในป้ายโฆษณา ป้ายชื่อร้าน หรือไฟประดับอาคารธุรกิจ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป
  • กำหนดให้มีมาตรการ Work From Home

2. ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

  • กำหนดมาตรการ Work From Home โดยต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน
  • จัดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้พลังงานในหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

ระดับที่ 3 มาตรการจำกัดการใช้พลังงาน

ในกรณีที่เกิดสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการ ปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอ้างอิงจากการประชุมซ้อมแผนเตรียมพร้อมรองรับสภาวะวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2565 มีแนวทางเพิ่มเติมจากระดับสีเหลือง ดังนี้

1. ด้านสาธารณสุข

  • เปิดแผนประคองกิจการรักษา Core Business ของโรงพยาบาล เช่น Delay Elective Surgery
  • สื่อสารกับเครือข่ายส่งเวชภัณฑ์ให้ใช้แผนขนส่งร่วมกันทั้งประเทศ

2. ด้านเกษตรกรรม

  • ใช้ระบบโซลาร์สูบน้ำ

3. ด้านการเดินทาง

  • ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก

4. อื่นๆ

  • นักเรียนและนักศึกษาเรียน Online
  • กำหนดให้มีมาตรการ Work From Home

'พลังงาน' สั่งราชการตั้งแอร์ 26 องศา ดัน WFH จ่อชงครม.ยกระดับภาคเอกชน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้แจ้งเวียนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขอความร่วมมือในการลดการใช้พลังงานรองรับสถานการณ์วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีมาตรการแนะนำและแนวทางปฏิบัติการลดใช้พลังงานเพิ่มเติม ได้แก่

  • ระบบปรับอากาศ ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกงาน 30 - 60 นาที และปรับอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส
  • ระบบแสงสว่าง ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง
  • อุปกรณ์สำนักงาน ตั้งเวลาคอมพิวเตอร์เข้าโหมด Stand-by Mode เมื่อไม่ใช้งานเกิน 5 นาที และปิดจอคอมพิวเตอร์เวลาพักเที่ยง พร้อมใช้ระบบ e-Government เพื่อลดการเดินทางมาติดต่อของประชาชน
  • รถและน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้ระบบ Car-pool ตรวจสอบสภาพยานพาหนะ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น แผ่นกรองอากาศ ไส้กรองน้ำมัน และลมยางอย่างสม่ำเสมอ

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ลดการใช้พลังงานในภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวนรุนแรง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะต่อไป