วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

พิษสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ซัด SME ต้นทุนพุ่ง แบงก์รัฐงัดสินเชื่อ 3% อุ้ม

พิษสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ซัด SME ต้นทุนพุ่ง แบงก์รัฐงัดสินเชื่อ 3% อุ้ม

ศูนย์วิจัย SME D Bank ประเมินวิกฤติความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน กระทบเอสเอ็มอีไทย ดันต้นทุนพลังงานพุ่ง ฉุดความเชื่อมั่น และภาคการท่องเที่ยว ชี้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมหนัก และพื้นที่อีสานกระทบหนักสุด แนะทางรอดเร่งปรับตัวบริหารต้นทุน และมุ่งสู่พลังงานสีเขียว พร้อมเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ช่วยต่อลมหายใจ และยกระดับธุรกิจฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกกำลังส่งแรงกระเพื่อมถึงฐานรากเศรษฐกิจไทย โดยนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank ได้ประเมินผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน พบว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งทางตรง และทางอ้อม

โดยผลกระทบทางตรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ภาวะต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งต้นทุนทางตรง และต้นทุนแฝง ตลอดจนราคาปุ๋ย และสินค้าปิโตรเคมีที่ขยับตาม ปัจจัยเหล่านี้จะกดดันให้เงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การดำเนินนโยบายทางการเงินของภาครัฐ โดยเฉพาะการปรับลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายทำได้ยากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่ภาครัฐจำเป็นต้องอัดฉีดงบประมาณเข้าสู่ระบบมากขึ้นเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจในภาพรวม

ในมิติของผลกระทบทางอ้อม สถานการณ์ดังกล่าวได้ฉุดรั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และผู้ประกอบการให้ถดถอยลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างชาติลดลง รวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ทั้งค่าระวางเรือ และเบี้ยประกันภัยที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายอุตสาหกรรม พบว่าภาคการผลิตมีแนวโน้มจะได้รับบาดเจ็บจากวิกฤติต้นทุนพลังงานมากที่สุด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนค่าพลังงานแฝงในวัตถุดิบต้นน้ำสูงถึง 60-70% ขณะที่ภาคบริการส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบทางอ้อม ยกเว้นธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันโดยตรง 

นอกจากนี้ หากพิจารณาในเชิงพื้นที่ ธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุด และมีแนวโน้มจะถูกซ้ำเติมหนักสุด เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยลบเดิมที่มีอยู่ ทั้งปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภัยธรรมชาติ และความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางวิกฤติยังคงมีโอกาสซ่อนอยู่ นายพิชิต มองว่า สถานการณ์นี้อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจในด้านการส่งออกสินค้าของไทย เพื่อทดแทนสินค้าที่ต้องหยุดการผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหาร และเกษตรแปรรูป นอกจากนี้ ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการตื่นตัวในการลงทุนด้านพลังงานสีเขียว (Green Energy) การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต หรือการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงมายังประเทศที่มีความปลอดภัยกว่า

สำหรับทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในสภาวะเช่นนี้ นายพิชิตเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ ทั้งต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่ โดยต้องมุ่งลดต้นทุนพลังงานผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งเร่งสร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และบริการ กระจายความเสี่ยงด้วยการหาตลาดใหม่ และนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยก้าวข้ามความท้าทายนี้ SME D Bank ได้จัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือแบบครบวงจร โดยในมิติทางการเงิน ได้เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ในช่วง 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ได้แก่ สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการติดตั้งเครื่องจักร และใช้อุปกรณ์พลังงานสะอาด ตามด้วยสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท สำหรับยกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และสินเชื่อ ปลุกพลัง SME วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท ที่ออกแบบมาเพื่อรายย่อยโดยเฉพาะโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

โดยควบคู่ไปกับการเติมทุน ธนาคารยังมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้า การตลาด และมาตรฐานการผลิตที่เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาตลอดปี เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคาร

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์