วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ศุภจี’ ท้าชน 239 ‘ล้งมะพร้าว’ หยุดซื้อถาวร ‘พาณิชย์’ พร้อมตั้งล้งกลาง - หาตลาดเอง

‘ศุภจี’ ท้าชน 239 ‘ล้งมะพร้าว’ หยุดซื้อถาวร  ‘พาณิชย์’ พร้อมตั้งล้งกลาง - หาตลาดเอง

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ “ ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวต่อกลุ่มล้งมะพร้าว 239 แห่งที่ขู่หยุดรับซื้อ 2 วัน เพื่อโต้ตอบมาตรการจัดระเบียบ ท้า หากจะหยุดให้หยุดไปเลย ไม่ต้องซื้อ เตรียมเปิด "ล้งกลาง" เข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแทน เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำจากการถูกกดราคา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาพรรคภูมิใจไทยติวเข้มส.ส.ที่จ.บุรีรัมย์ ถึง แนวทางแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดเฉลี่ยประมาณ วันละกว่า 2 ล้านลูก ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงมาก

 โดย “ล้ง” หรือผู้รวบรวมผลผลิตส่วนใหญ่จะใช้วิธี เหมาซื้อทั้งทะลาย ซึ่งในความเป็นจริง มะพร้าวหนึ่งทะลายที่มีประมาณ 10 ลูก เมื่อผ่านกระบวนการคัดเกรดแล้ว จะมีผลผลิตที่ได้คุณภาพและสามารถจำหน่ายในราคาดีเพียง 2–3 ลูกเท่านั้น ขณะที่อีกกว่า 70–80% เป็นผลผลิตตกเกรด ส่งผลให้ราคาที่เฉลี่ยออกมาลดลงจนบางครั้งเหลือเพียงลูกละ 2–3 บาท ทำให้เกษตรกรไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

 ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาหลายปี ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากไม่มีกำลังทุนเพียงพอในการบำรุงรักษาสวนมะพร้าว ทำให้คุณภาพผลผลิตลดลงตามไปด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เกิดวงจรราคาตกต่ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการนำเสนอข่าวบางช่วงที่อาจสะท้อนภาพเฉพาะบางส่วนของปัญหา ทำให้สังคมเข้าใจว่าราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างรุนแรง ทั้งที่ในความเป็นจริงยังมีปัจจัยด้านคุณภาพและความชื้นของผลผลิตเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารจึงจำเป็นต้องพิจารณาภาพรวมของระบบทั้งหมด

สำหรับแนวทางแก้ไข กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินมาตรการ จัดการโครงสร้างการรับซื้อของล้ง โดยเสนอให้มีการปรับรูปแบบจากการเหมาซื้อทั้งทะลาย มาเป็นการซื้อเฉพาะผลผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เหมาะสม ส่วนผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานจะนำเข้าสู่กระบวนการ แปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น การทำ “มะพร้าวขน” ซึ่งสามารถส่งออกไปยังตลาดจีนได้เช่นกัน

“ ในบางพื้นที่มีรายงานว่าล้งบางกลุ่มได้รวมตัวกันกว่า 239 ล้ง และประกาศงดรับซื้อมะพร้าวชั่วคราวประมาณ 2 วันเพื่อกดดันตลาด และดูว่า ศุภจี หรือ กระทรวงพาณิชย์จะทำอะไรได้ ก็ขอตอบเลยว่า ไม่ต้องหยุด 2 วัน ให้หยุดไปเลย ไม่ต้องซื้อ ทางพาณิชย์จะจัดตั้ง “ล้งกลาง” ร่วมกับผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพสินค้า พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร เช่น ปุ๋ยและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต”นางศุภจี กล่าว

โดยจะเริ่มดำเนินการใน 5 จังหวัดหลักที่เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอม ว่าทำ”ล้งกลาง”พื้นที่ใดบ้าง  พร้อมสำรวจความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือให้ตรงจุด ตามแนวคิด “ให้เบ็ดพ่วงปลา” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งขยายตลาดต่างประเทศผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจ โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรม Business Matching สินค้าผลไม้ไทย เชิญผู้ประกอบการจากต่างประเทศกว่า 90 ราย และผู้ประกอบการไทยกว่า 100 ราย มาจับคู่เจรจาการค้ากว่า 600 คู่ธุรกิจ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้ทันทีประมาณ 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ยังมีการวาง ปฏิทินผลไม้ตลอดทั้งปี และเตรียมผลักดันรูปแบบ Contract Farming เพื่อเชื่อมโยงการผลิตกับความต้องการของตลาดโดยตรง

นางศุภจี กล่าวว่า   ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย แม้ปัจจุบันภาคเกษตรจะสร้างรายได้เพียงประมาณ 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่มีแรงงานอยู่ในภาคเกษตรมากถึง 30% ของแรงงานทั้งประเทศ ดังนั้น หากสามารถยกระดับภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีระบบการผลิตที่แม่นยำและยั่งยืนได้ ก็จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่าการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะข้อมูลจากพื้นที่และการประสานงานกับผู้แทนในแต่ละจังหวัด เพื่อให้การกำหนดนโยบายสามารถตอบโจทย์ปัญหาของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง