ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ของรัฐบาลใหม่ กำลังเผชิญสถานการณ์ที่ท้าทายจากวิกฤติพลังงานที่เป็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐ และอิสราเอล เริ่มโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 หลังจากการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านไม่ได้ข้อสรุป
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นเข้าใกล้บาร์เรลละ 100 ดอลลาร์ โดยราคาเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 น้ำมันดิบ WTI อยู่ที่บาร์เรลละ 90.90 ดอลลาร์ และน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่บาร์เรล 92.69 ดอลลาร์ และยังมีทิศทางสูงขึ้นถือเป็นประเด็นที่ท้าทายสำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ดังนี้
1.กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือดูแลราคาน้ำมัน และเชื้อเพลิงมาตลอด 40 ปี ประสบปัญหาติดลบต่อเนื่องถึงแม้กระทรวงพลังงานออกมาเปิดเผยว่าสถานะปัจจุบันเป็นบวก โดยสถานะวันที่ 1 มี.ค.2569 เป็นบวก 2,459 ล้านบาท โดยบัญชีน้ำมันบวก 40,313 ล้านบาท แต่บัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบ 37,854 ล้านบาท
สถานการณ์ติดลบของบัญชี LPG เกิดจากการอุดหนุนราคาให้กับครัวเรือนที่ยาวนานต่อเนื่อง โดยในสมัยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ขึ้นราคา LPG แบบขั้นบันไดในปี 2565
แต่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้นโยบายนี้ไม่ถูกนำมาใช้ต่อ และยังคงใช้การอุดหนุนต่อเนื่องมาถึงสมัยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ในขณะที่การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลกำลังเป็นภาระกองทุนน้ำมันที่แม้มีสถานะเป็นบวก แต่ข้อมูลล่าสุดวันที่ 6 มี.ค.2569 การอุดหนุนดีเซลขยับขึ้นมาที่ลิตรละ 9.57 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 อุดหนุนลิตรละ 2 บาท ซึ่งการอุดหนุนระดับนี้จะทำได้ประมาณ 15 วัน
2.ค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค.2569 อาจต้องปรับขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง หลังจากงวดเดือนม.ค.-เม.ย.2569 กำหนดที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยที่ผ่านมารัฐบาลใช้วิธีให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) แทนประชาชนไปก่อนจนปัจจุบันยังเป็นหนี้ กฟผ.ประมาณ 98,000 ล้านบาท
3.การเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย (PDP) ฉบับใหม่ให้เสร็จ หลังจากมีการปรับปรุงร่างแผน PDP มาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดต้องปรับปรุงเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันภายใต้ปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเกิดขึ้นของธุรกิจ Data Center, เทคโนโลยี AI, การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593
นอกจากนี้ยังต้องกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าหลังจากมีโรงไฟฟ้าหลายแห่งที่จะหมดอายุ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต้องพิจารณาว่าจะกำหนดไว้ในแผนฉบับใหม่แค่ไหน
“ทีดีอาร์ไอ” แนะทยอยลดอุดหนุน
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า นโยบายที่หาเสียงไว้ทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น นโยบายลดค่าไฟ แต่รัฐบาลอธิบายต่อสังคมได้ว่า เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไป และมีงบประมาณจำกัดจึงต้องเลื่อนไปก่อน
ในขณะที่การอุดหนุนราคาผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปัจจุบันมีสถานะบวกประมาณ 2,000 ล้านบาท และบัญชีน้ำมันบวก ประมาณ 40,000 ล้านบาท แต่ถูกหักลบด้วยภาระหนี้การอุ้มก๊าซ LPG ที่ติดลบสูงถึง 37,000 ล้านบาท
ดังนั้น จึงเตือนรัฐบาลไม่ควรแทรกแซงราคาพลังงานจนเกินไป เพราะจะทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน ดังนั้นข้อเสนอจึงขอให้รัฐบาลทยอยถอนการแทรกแซงเพื่อให้ราคาสะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริง
3โจทย์ใหญ่รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์มีความผันผวนมาก ดังนั้น ผู้ที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้ เช่น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนปัจจุบัน
นายเกรียงไกร กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นว่ากระทรวงเศรษฐกิจโดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน มีความสำคัญเพราะเป็นต้นทุนหลักเกือบทุกอุตสาหกรรม และภาคการขนส่ง จึงต้องเลือกผู้ที่เป็นมืออาชีพที่ถูกฝาถูกตัวเหมือนหมอที่รักษาโรคได้ตรงจุด
“ในภาวะที่โลกมีความผันผวน ต้องการรัฐมนตรีที่มีประสบการณ์ มีความรู้ ความเข้าใจ ไม่ใช่เวลาที่จะมาฝึกงาน หรือมาทดลองงาน แม้จะมีความตั้งใจหรือความขยัน แต่ปัจจุบันเราต้องการคนที่เข้ามาแล้วสามารถแก้ปัญหา และตั้งรับสถานการณ์ได้ทันที”
สำหรับแนวทางการดำเนินงานที่ภาคเอกชนอยากเห็นจาก รมว.พลังงานคนใหม่ มี 3 ประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการประกอบด้วย
1.การสานต่อนโยบายเดิม โดยเฉพาะแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) และการรับซื้อไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐมนตรีท่านปัจจุบันได้วางรากฐานไว้แล้ว
2.การเร่งจัดหาพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนของกลุ่ม Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดเป็นเงื่อนไขสำคัญ
3.การบริหารความเสี่ยง และพลังงานสำรอง จากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการปริมาณสำรองที่เหมาะสมเพื่อกระจายความเสี่ยง,
นอกจากนี้ ราคาพลังงานโดยเฉพาะค่าไฟฟ้า คือ หัวใจสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก หากบริหารจัดการราคาให้อยู่ระดับเหมาะสม และมีความเสถียร จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนสูง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





