กฟผ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เร่งหาเชื้อเพลิงแหล่งอื่นเพิ่ม มั่นใจบริหารจัดการเชื้อเพลิง ไม่ให้กระทบการผลิตไฟฟ้า
KEY POINTS
- กฟผ. ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ยืนยันเบื้องต้นยังไม่กระทบการผลิตไฟฟ้าของไทย
- เตรียมแผนจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากแหล่งอื่น เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- เตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะเต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อทดแทนการใช้ LNG
- บริหารจัดการเชื้อเพลิงให้กระทบต้นทุนค่าไฟน้อยที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงาน
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง กฟผ. ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เตรียมจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อพลังงานไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ ทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
กฟผ. เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การบริหารจัดการเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และส่งผลกระทบกับต้นทุนค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วยมาตรการ 5 ป. “ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน ปลูก” เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงต่างประเทศอีกทางหนึ่งด้วย





