วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

‘พาณิชย์’ ชู ยุทธศาสตร์ ‘Resilience’ รับมือโลกแบ่งขั้ว รักษาสมดุลส่งออกไทย

‘พาณิชย์’  ชู ยุทธศาสตร์ ‘Resilience’  รับมือโลกแบ่งขั้ว รักษาสมดุลส่งออกไทย

ภาวะการค้าระหว่างประเทศ หรือ การส่งออกไทย ปี 68 มีมูลค่าการส่งออกสินค้า 339,635 ล้านดอลลาร์ หรือ 11.138 ล้านล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และขยายตัวถึง 12.9% เทียบกับปี 67 สูงสุดในรอบ 4 ปี จากเป้าหมายขยายตัวเพียง 2-3%

ล่าสุดในการส่งออกในเดือน ม.ค. การส่งออกไทยยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง  โดยมีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ขยายตัว 24.4%  นับเป็นเดือนที่ 19 ติดต่อกัน

แม้การส่งออกของไทยจะต้องเผชิญกับการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Extreme Polarization  และมาตรการเก็บภาษีตอบโต้ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และก็ตามแต่การส่งออกไทยยังไปด้วยดี

ส่วนในปี 2569 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า การส่งออกไทยมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส โดยความเสี่ยงสำคัญมาจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะทำให้ห่วงโซ่การผลิต และการค้าโลกเปลี่ยนแปลง รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท

แต่ยังมีโอกาสหากเศรษฐกิจฟื้น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่รุนแรง และวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอกนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวติดลบ 3.1% ถึงบวก 1.1% เมื่อเทียบปี 68 มีค่ากลางที่ลบ 1.1 %คิดเป็นมูลรวม 329,106.3-343,371 ล้านดอลลาร์

แต่จากสถานการณ์ล่าสุด ไฟสงครามในตะวันออกกลาง ปะทุขึ้น ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน  ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกอย่างรุนแรง ทั้งการขนส่งทางเรือ และต้นทุนโลจิสติกส์  จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ  ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งแรงและความผันผวนของตลาดเงินและเศรษฐกิจมหภาค กลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมปัญหาการค้าโลกให้มีความเปราะบางมากขึ้น

‘พาณิชย์’  ชู ยุทธศาสตร์ ‘Resilience’  รับมือโลกแบ่งขั้ว รักษาสมดุลส่งออกไทย

ทั้งนี้ สนค.วิเคราะห์ว่า ในปี 2568 โครงสร้างการส่งออกของไทยมีการเชื่อมโยงกับตลาดหลักอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง โดย 5 ตลาดสำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย มีสัดส่วนรวม 48.6% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด สูงขึ้น จาก 38.8% ในปี 2559 และเฉพาะ 3 อันดับแรกมีสัดส่วนเพิ่มจาก 31.9% เป็น 40.0% ยืนยันความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นกับตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการต่อยอดกลยุทธ์กระจายตลาด

จากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้โลกแบ่งขั้ว การเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ซ้ำเติมด้วยสงครามตะวันออกกลางล้วนเป็นปัญหาใหญ่ต่อการส่งออกของไทย

 

“นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์”  ผอ. สนค. มองว่า ในโลกยุค Extreme Polarization ประเทศขนาดกลางอย่างไทยกำลังเผชิญแรง กดดันให้กำหนดจุดยืนเชิงนโยบายท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ ไทย ในฐานะผู้ส่งออก ไทยจำเป็นต้องดำเนิน ยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและยกระดับโครงสร้างเชิงโครงสร้างของการส่งออก

พาณิชย์จึงได้วางยุทธศาสตร์ "Resilience" (การสร้างความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกัน) เป็นเครื่องมือสำคัญในรับมือการค้าโลกในยุคโลกแบ่งขั้ว  โดยเฉพาะปัญหา Geopolitics (ภูมิรัฐศาสตร์) และการแบ่งขั้วทางการค้า (Decoupling/De-risking) โดยยุทธศาสตร์นี้ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ประกอบด้วย

‘พาณิชย์’  ชู ยุทธศาสตร์ ‘Resilience’  รับมือโลกแบ่งขั้ว รักษาสมดุลส่งออกไทย

1.การกระจายความเสี่ยง (Diversification): ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยขยายฐานการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ รวมถึงการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่เพื่อป้องกันปัญหา Supply Chain หยุดชะงัก

2.การใช้ประโยชน์จาก FTA เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับคู่ค้าสำคัญ (เช่น ไทย-EU, ไทย-ยูเออี) เพื่อสร้างความได้เปรียบทางภาษีและดึงดูดการลงทุนจากกลุ่มประเทศที่ต้องการย้ายฐานการผลิต

3.การปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่:เน้นการส่งออกสินค้าที่สอดคล้องกับเทรนด์โลก เช่น อาหารแห่งอนาคต (Future Food), สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG Model) และการใช้ Digital Commerce เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

"การรักษาดุลยภาพทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจ และทำให้การส่งออกยังคงเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว"นายนันทพงษ์ กล่าว