วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2569

Login
Login

‘สมเกียรติ’ ห่วงสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ แนะลดบิดเบือนราคา สร้างแรงจูงใจประหยัดพลังงาน

‘สมเกียรติ’ ห่วงสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ   แนะลดบิดเบือนราคา สร้างแรงจูงใจประหยัดพลังงาน

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิช ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในเวทีเสวนา "โจทย์ใหญ่ประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลใหม่" เนื่องในโอกาสครบรอบ 71 ปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่าสถานการณ์ในพื้นที่ตะวันออกกลางที่เป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน อาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสัปดาห์กว่าการสู้รบจะยุติ รวมทั้งแม้สงครามจะจบลงแต่ความเสี่ยงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และการก่อการร้ายจะยังคงอยู่ ซึ่งจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะราคาพลังงานที่จะสูงขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและสายการบิน ซึ่งจะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวด้วยอย่างชัดเจน

สำหรับนโยบายพลังงานในประเทศ ดร.สมเกียรติกล่าวด้วยว่าปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันเหลือเงินจริงเพียงประมาณ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากแม้จะมีเงินรวมกว่า 40,000 ล้านบาท แต่ถูกหักลบด้วยภาระหนี้การอุ้มก๊าซ LPG ที่ติดลบสูงถึง 37,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงเตือนรัฐบาลไม่ควรแทรกแซงราคาพลังงานจนเกินไป เพราะจะทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน ดังนั้นข้อเสนอจึงขอให้รัฐบาลค่อย ๆ ถอนการแทรกแซงเพื่อให้ราคาสะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริง

“สำหรับนโยบายที่เคยหาเสียงไว้แต่ทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ค่าไฟราคาถูก รัฐบาลสามารถอธิบายต่อสังคมได้ว่าเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปและมีงบประมาณ (กระสุน) จำกัด จึงจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน”

ดร.สมเกียรติยังได้ให้คำแนะนำที่สำคัญต่อการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ ว่าในช่วงที่รัฐบาลใหม่ขึ้นมาบริหารงานจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่น (Trust and Confidence) ให้เกิดขึ้น โดยต้องดำเนินการในเรื่องของ

1.หลีกเลี่ยงข่าวฉาวและการทุจริต โดยในช่วงปีแรกรัฐบาลต้องระวังไม่ให้มีข่าวการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและภาคธุรกิจ

2.รักษาอันดับความน่าเชื่อถือ โดยรัฐบาลต้องคุมรายจ่ายให้ดีเพื่อป้องกันการถูกลดเครดิตเรตติ้ง (Credit Rating)

3.ระวังโครงการขนาดใหญ่ โดยไม่ควรเร่งทำโครงการขนาดใหญ่ที่สำเร็จได้ยากแต่ผูกพันงบประมาณระยะยาว ซึ่งจะเป็นภาระทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

นอกจากนั้น ดร.สมเกียรติแนะนำว่ารัฐบาลควรให้ความร่วมมือกับเอกชน รวมทั้งสนับสนุนให้รัฐบาลใช้แพลตฟอร์ม "Reinvent Thailand" ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว เช่น การสร้างงานและทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ

“โจทย์ใหญ่ของไทยคือการที่ เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และกำลังเผชิญกับ สังคมสูงวัย รวมถึงปัญหา คอร์รัปชัน ที่แย่ลง รัฐบาลใหม่จึงต้องเร่งแก้ปัญหาโครงสร้างเหล่านี้แทนการถูกดึงความสนใจไปเพียงแค่การแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น” ประธาน TDRI กล่าวทิ้งท้าย